หน้าแรก news หดหู่! ยายร้องดอกวันละ 3 พัน ตาต้องจบชีวิต เอาเงินฌาปนกิจใช้หนี้ ตามทวงยันงานศพ

หดหู่! ยายร้องดอกวันละ 3 พัน ตาต้องจบชีวิต เอาเงินฌาปนกิจใช้หนี้ ตามทวงยันงานศพ

150
0

หดหู่! ยายร้องสายไหมต้องรอด ถูกตามทวงหนี้ ดอกเบี้ยโหดวันละ 3 พัน ไม่มีทางเลือก ตาต้องจบชีวิต เอาเงินฌาปนกิจมาใช้หนี้ ตามทวงกลางงานศพ

 

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 11 ธ.ค. ที่ศูนย์ประสานงานเพจสายไหมต้องรอด เขตสายไหม ยายไหม อายุ 63 ปี ผู้เสียหาย เดินทางจากจังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อร้องต่อ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ หลังจากสามีตัดสินใจจบเสียชีวิต เพื่อนำเงินณาปณกิจมาใช้หนี้เงินกู้นอกระบบ เนื่องจากไม่มีเงินจ่ายดอกเบี้ยลอยวันละ 3,000 บาท

ยายไหม กล่าวว่า ตนและสามี ขายหอมแดงและกระเทียม เลี้ยงตัวเองและหลานอีก 2 คน คนนึงอยู่ ม.5 และคน 5 ขวบ โดยปกติ ตนเป็นคนมีเงินจากการค้าขายช่วงก่อนโควิด-19 แต่พอหลังจากพบเจอวิกฤตโควิด-19 ทำให้การค้าขายไม่ดี จึงต้องกู้เงินมาใช้จ่ายลงทุนทั้งในและนอกระบบ เพื่อนำมาลงทุนในการค้าขาย แต่ขายไม่ดีทำให้ต้องกู้เพิ่มจนกลายเป็นงูกินหาง จึงทำให้หาเงินมาจ่ายดอกเบี้ยเจ้าหนี้ประมาณ 7 เจ้าไม่ทัน

ยายไหม กล่าวว่า แต่ละวันต้องจ่ายดอกประมาณ 3,000 บาท จนเมื่อวันที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา หนึ่งในเจ้าหนี้ ชื่อนายสุดหล่อ ที่ชอบโทรมาทวงเงินและมักจะด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายรุนแรง ติดต่อมาทวงเงินโดยโทรไปที่เบอร์ของตา ด่าตาแบบรุนแรง แต่ตาบอกว่าไม่มีเงินจ่ายทั้งตัวมี 103 บาท จึงต่อรองจ่าย 70 บาท แต่นายสุดหล่อไม่ยอม สุดท้ายตาต้องโอนเงินไป 100 บาท ที่ทั้งวันยังไม่ได้กินข้าว

 

 

“วันนั้นตากลับมาจึงปรึกษายายทั้งตัวมีเงิน 3 บาท และวันพรุ่งนี้เจ้าหนี้ร้องมาทวงเงินอีก พร้อมบอกว่าหากหาเงินไม่ได้ต้องมีใครสักคนตาย เพื่อเอาเงินมาใช้หนี้ ซึ่งยายคิดว่ามันก็ต้องเป็นแบบนั้น เพราะไม่มีทางเลือกแล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่คิดเลยว่า ตาจะตัดสินใจทำแบบนั้น ทุกวันนี้พอตาตายปุ๊บ ยายก็อ้างว้าง ไม่อยากอยู่แล้ว แต่ว่ามีหลาน 2 คน ที่ขวางยายเอาไว้อยู่ ทำให้ไปไหนไม่ได้” ยายไหม กล่าว

 

 

ยายไหม กล่าวต่อว่า ทุกครั้งที่มีเจ้าหนี้มาทวง มาต่อว่าถึงหน้าบ้าน ก็ไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะกลัวว่าตนเองและหลาน จะไม่ปลอดภัย แต่ตำรวจกลับบอกว่า “ไม่เอา กลัวตาย” พอตำรวจพูดแบบนั้น ยายก็ต้องปล่อยให้พวกมันด่า เพราะทำอะไรไม่ได้ จนสุดท้าย ตัดสินใจมาขอความช่วยเหลือ เนื่องจากกลัวอยู่ไม่ได้แล้ว

 

ด้าน ป้าปุ๋ย อายุ 53 ปี กล่าวว่า ตนเห็นมีเจ้าหนี้มามาทวงเพื่อนบ่อย ทั้งดุด่าและข่มขู่ไล่ให้ไปตาย บางวัน เห็นว่าเพื่อนร้องไห้ บางครั้งแอบถ่ายคลิปไว้ หนักสุดมาปรึกษาเรื่องคิดสั้น มีการวางแผนถ้าไม่อยู่แล้ว จะเอาเงินไปจ่ายหนี้เจ้าไหนบ้าง ตนก็ให้กำลังใจไป วันไหนมี ก็ให้เพื่อนไปใช้หนี้ เพื่อให้อยู่รอดไปวันๆ

 

 

ตนก็เข้าใจหัวอกของยายไหม เพราะตัวเองก็เป็นหนี้เหมือนกัน เคยแก้ปัญหาโดยการไปร้องศูนย์ดำรงธรรมศูนย์ ทางเจ้าหน้าที่บอกว่าแก้ไปก็ไม่มีประโยชน์ และต้องรอนโยบายใหม่ของรัฐบาลในเดือนมีนาคมปีหน้า ทั้งยังเคยไปแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ทำอะไรให้ไปจ่ายหนี้เอาเอง

 

“ในงานศพคุณตา เจ้าหนี้ก็จะมาทวง แต่เราขอเอาไว้ และบอกว่าถ้ามาจะแจ้งตำรวจ แต่เจ้าหนี้บอกว่า ตำรวจทำอะไรไม่ได้ เพราะนายให้ใต้โต๊ะแล้ว” ป้าปุ๋ย กล่าว

ส่วนความคืบหน้าเรื่องนี้ หลังเพจสายไหมต้องรอดรับเรื่องร้องเรียนแล้ว จะพาคุณยาย เดินทางไปพบ พล.ต.ต.สุทธิพงศ์ เป๊กทอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อหารือแนวทางในการเจรจาไกล่เกลี่ยหนี้

ด้าน นายเอกภพ กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้เห็นอย่างชัดเจนคือหน่วยงานในท้องถิ่น ยังไม่ตอบสนองนโยบายของรัฐบาล ซึ่งท่านนายกก็สั่งการให้ เร่งแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างเร่งด่วน สิ่งที่เราเจอคือเมื่อพี่น้องประชาชนไปลงทะเบียนแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบแล้ว ก็ไม่มีเจ้าหน้าที่มาเป็นตัวกลางในการไกล่เกลี่ยระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้

บางกรณีพบว่าลูกหนี้ใช้เงินต้นให้กับเจ้าหนี้หมดแล้ว แต่เจ้าหนี้ก็ยังเก็บค่าดอกอยู่ เพราะเห็นว่าลูกหนี้เป็นคนต่างจังหวัด ก็เอาเปรียบกัน ดังนั้นจึงต้องเปลี่ยนกฎหมายให้เป็นกฎหมายให้ได้

ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็มีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน เมื่อมีประชาชนไปร้องเรียน แต่กลับบอกว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ เพราะกลัวตาย ซึ่งตำรวจไม่ควรพูดกับประชาชนแบบนี้

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่