หน้าแรก news ยายปาดน้ำตา เล่านาทีตายอมตาย จ่ายหนี้นอกระบบ เศร้าทั้งบ้านเหลือ 3 บาท

ยายปาดน้ำตา เล่านาทีตายอมตาย จ่ายหนี้นอกระบบ เศร้าทั้งบ้านเหลือ 3 บาท

168
0

 

ยายปาดน้ำตา เล่านาทีตายอมตาย ให้นำเงินฌาปนกิจ จ่ายหนี้นอกระบบ เศร้าทั้งบ้านเหลือแค่ 3 บาท รับต่อจากนี้เข็ดไม่กู้อีกแล้ว หลายฝ่ายเร่งช่วยเหลือ

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 12 ธ.8.2566 ที่ สภ.วังกะพี้ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ทีมงานสายไหมต้องรอด พายายไหม (นามสมมุติ) อายุ 60 ปี ชาวบ้าน ต.หาดกรวด อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ พร้อม เพื่อนบ้านอีก 2 ราย เดินทางกลับจากกรุงเทพฯ มาให้รายละเอียดและเข้าสู่กระบวนการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบตามนโยบายของรัฐบาล

หลังคุณยายเข้าร้องเรียนว่า สามีฆ่าตัวตายเพื่อนำเงินฌาปนกิจ ใช้หนี้นอกระบบ ภายหลังสามารถใช้หนี้ได้เพียงบางส่วน กลับถูกเจ้าหนี้ตามทวง จึงเข้าลงทะเบียน ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 66 เพื่อหวังให้ราชการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้ พร้อมเดินทางร้องเรียนต่อเพจสายไหมต้องรอด

 

 

เมื่อ คุณยายเดินทางมาถึง พล.ต.ต.ระวีพรรษ อมรมุนีพงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ,นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ และ พล.ต.ต.สุทธิพงศ์ เป๊กทอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ และ นางณวภา รุจิกัณหะ อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิ์ช่วยเหลือทางกฎหมาย และการบังคับคดีจังหวัดอุตรดิตถ์ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการไกล่เกลี่ยหนี้นอกระบบจังหวัดอุตรดิตถ์ และ จนท.พม.จังหวัดอุตรดิตถ์

ได้สอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับปัญหาหนี้สิน เจ้าหนี้ที่ทำการกู้ยืม และวิธีการส่ง รวมไปถึงการทวงถาม จากนั้นเข้าสู่กระบวนการไกลเกลี่ยระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้ เพื่อร่วมหาทางออกให้ความเป็นธรรม โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ยที่ต้องไม่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

พล.ต.ต.ระวีพรรษ เปิดเผยว่า จากการสอบข้อเท็จจริงพบว่าสาเหตุหนึ่งของการเสียชีวิตของสามียายไหม มีเรื่องของหนี้นอกระบบเข้ามีส่วนเกี่ยวข้อง สำหรับเจ้าหนี้ที่เกี่ยวข้อง 4 ราย ได้นำตัวมาเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายแล้ว 2 ราย คือ นายไผ่ และ นายสุดหล่อ อีก 1 รายอยู่ระหว่างการติดต่อขอมอบตัว

ส่วนอีก 1 รายพบว่ามีพฤติการณ์ไม่เกี่ยวข้อง แต่ว่ามีเรื่องของการกู้ยืมเงิน จึงนำเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย ซึ่ง 4 รายจะเข้าสู่กระบวนการของกฎหมาย 3 ราย อีก 1 รายเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย อย่างไรก็ตามได้มีการกำชับ จนท.ตำรวจ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องของคดี ข้อมูลพยานหลักฐานกล่าวถึงใครให้มีการดำเนินการตามกฎหมาย

พล.ต.ต.สุทธิพงศ์ กล่าวว่า ทั้งนี้สำหรับนายไผ่ ได้ปล่อยเงินกู้ 12,000 บาท ได้หักค่าดำเนินการ 1,200 บาท คงเหลือเงินให้ยาย 10,800 บาท ต้องส่งวันละ 600 บาท จำนวน 24 วัน ด้านนายสุดหล่อ ปล่อยกู้ 2 ครั้ง คือ 10,000 บาท และ 5,000 บาท หักค่าดำเนินงาน 1,500 บาท เรียกเก็บวันละ 200 บาท และวันละ 100 บาท จำนวน 100 วัน

 

เบื้องต้นได้ตั้งข้อกล่าวหาเจ้าหนี้นอกระบบ 2 ราย คือ นายไผ่และนายสุดหล่อ คือ ปล่อยเงินกู้โดยเรียกเก็บเกินกว่ากฎหมายกำหนด และประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับโดยไม่ได้เป็นนิติบุคคลและไม่ได้รับอนุญาต ส่วนการทวงถามหนี้ จากคลิปวีดีโอจะมีการดำเนินการสอบสวนและแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อไป

“การเข้าสู่กระบวรการไกล่เกลี่ย ทั้งนายไผ่และนายสุดหล่อ ได้ยุติหนี้ทั้งหมด ไม่ต้องชำระอีกต่อไป แต่ยังคงถูกตั้งข้อกล่าวหาตามกฎหมาย”

ด้าน นายนพฤทธิ์ กล่าวว่า สำหรับมาตรการให้ความช่วยเหลือครอบครัวคุณยาย การช่วยเหลือในเบื้องต้นได้ประสานกับทางสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุตรดิตถ์ เข้าไปตรวจสอบและให้การช่วยเหลือเป็นเงินทุนกองทุนคุ้มครองเด็ก เนื่องจากยายมีหลาน 2 คน และเงินช่วยเหลือผู้สูงอายุในภาวะฉุกเฉิน

รวมถึงหากต้องการเงินช่วยเหลือในการประกอบอาชีพ ทางราชการมีเงินกองทุนช่วยเหลือแบบไม่มีดอกเบี้ย ในส่วนของมูลหนี้ที่คงค้างจะช่วยพิจารณาไกล่เกลี่ย และจะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ส่วนเรื่องความปลอดภัยของยายจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัยให้

รวมไปถึงพี่น้องประชาชนในหมู่บ้าน เพราะจากการลงพื้นที่ พบว่ามีโทรศัพท์เข้ามาสอบถาม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหมายเลขโทรศัพท์จากเจ้าหนี้นอกระบบ

ด้าน ยายไหม กล่าวทั้งน้ำตาว่า แม้เข้าสู่กระบวนทางการกฎหมายและไกล่เกลี่ยกับเจ้าหนี้นอกระบบแล้ว ยังหวาดกลัว เนื่องจากไม่มีเสาหลักของครอบครัวแล้ว อยู่กับหลาน 2 คน กลัวโดนทำร้าย แม้เงินที่กู้มาจะไม่เยอะแต่เป็นแบบดอกลอย ร้อยละ 20 ส่งดอกรายวัน

ตอนตาอยู่ยังพอหาเงินมาใช้หนี้ได้บ้าง โดยนายสุดหล่อและนายไผ่ มาทวงโดยใช้ถ้อยคำไม่สุภาพ ด่าเสียๆหายๆ มีโทรตามและด่าถึงที่ทำงานของตา ตนกู้มานำทางลงทุนค้าขายหอมกระเทียมตามตลาดนัด เงินที่ขายของมาได้ยังไม่พอจ่ายค่าดอก ทำให้ทบต้นทบดอก เมื่อไม่มีทุนก็ต้องกู้ใหม่ ตนมีลูกสาว 1 คน มีครอบครัวอยู่ต่างจังหวัด ส่วนหลาน 2 คนเลี้ยงกันมาตั้งแต่เล็ก

“เช้าวันที่สามีจะเสียชีวิต บ่นว่าเหนื่อยหาเงินมาไม่ได้ใช้ ต้องมาจ่ายดอก ตาเป็นโรคริดสีดวงไม่มีเงินซื้อยา ทั้งบ้านเหลือเงิน 3 บาท ก่อนที่ตาจะเสียชีวิตต้องจ่ายดอกวันละ 3,000 บาท หลังได้เงินฌาปนกิจนำไปใช้หนี้ปิดหนี้นอกระบบ 2 ราย หนี้หลายตาก็บ่นเหนื่อยใจไม่อยากอยู่ จากนี้ไปจะไม่กู้หนี้นอกระบบอีกแล้ว เข็ดแม้ชีวิตจากนี้จะกระท่อนกระแท่น แต่ยังดีเพราะไม่มีหนี้นอกระบบ ส่วนหนี้ในระบบจะพยายามหาเงินมาส่งต่อไป”ยายไหม กล่าว

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่