หน้าแรก news สาวร้อง สายไหมต้องรอด ถูกสามีกระหน่ำแทง แต่โทษแค่ทำร้ายร่างกาย

สาวร้อง สายไหมต้องรอด ถูกสามีกระหน่ำแทง แต่โทษแค่ทำร้ายร่างกาย

163
0

สาวร้อง สายไหมต้องรอด ถูกสามีเมาสุรา ใช้มีดกระหน่ำแทง ทั่วร่างกาย แต่ตำรวจกลับแจ้งข้อกล่าวหา แค่ทำร้ายร่างกาย หวั่นพ้นโทษมาถูกฆ่าซ้ำ

เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2566 ที่สำนักงานเพจสายไหมต้องรอด ซอยสายไหม 38 น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 43 ปี เดินทางมาร้องขอความช่วยเหลือกับนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด และนายนิรันดร์ เกแง้ว ผู้ร่วมก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด

กรณีถูกนายดวงแก้ว แซ่กัง อายุ 46 ปี แฟนหนุ่ม ที่ใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดที่ห้องพัก เอสพี 1 ต.บ้านเกาะ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ที่ผ่านมา

น.ส.เอ กล่าวว่า ในอดีตตนเคยแต่งงานอยู่กินกับชายชาวมาเลเซีย และมีลูกชายด้วยกัน 2 คน ก่อนจะเลิกรากันไป จากนั้นตนก็ตั้งครรภ์บุตรคนที่ 3 กับสามีคนที่ 2 ระหว่างที่ตั้งครรภ์กับสามีคนที่ 2 ปรากฏว่า ผู้ต้องหาซึ่งเป็นเพื่อนตั้งแต่วัยเด็กของตนในสมัยอยู่ที่จ.เชียงราย ได้ติดต่อผ่านทางโซเชียลมีเดีย และพูดคุยกันถูกคอ

อ้างว่าจะใช้ชีวิตคู่ด้วยกันพร้อมกับจะตกลงกันว่า จะร่วมลงทุนซื้อรถยนต์กระบะเพื่อทำการค้าขาย สร้างครอบครัว โดยที่ไม่รังเกียจว่าตนจะผ่านการมีบุตรมาแล้ว ทำให้ตนเองหลงเชื่อนำเงินที่เก็บสะสมจำนวน 35,000 บาท เดินทางจากจ.เชียงราย มาใช้ชีวิตร่วมกันที่ห้องเช่าย่านหนองแขม

แต่ปรากฏว่าเมื่อใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ฝ่ายชายกลับไม่ทำงาน เอาแต่ดื่มสุราตลอดทั้งวัน พร้อมกลับทำร้ายร่างกายอยู่บ่อยครั้ง รวมทั้งมีการไปซื้ออาวุธปืนเถื่อนจากโซเชียลมีเดียมาด้วยจำนวนเงิน 12,000 บาท

ทำให้ตนรู้สึกไม่ปลอดภัย จึงได้ทำการบอกเลิก และย้ายหนีไปอยู่ห้องเช่าแห่งหนึ่งย่านรังสิต แต่ฝ่ายชายก็ได้ตามไปง้อจนตนใจอ่อน และยอมกลับมาอยู่ด้วยกันที่จ.สมุทรสาคร

น.ส.เอ กล่าวต่อว่า ต่อมาวันที่ 4 ธันวาคม ที่ผ่านมา ฝ่ายชายที่อยู่ในอาการคล้ายคนมึนเมา ได้ทุบทำลายข้าวของ ทุบกระจกห้อง พร้อมกับขู่ฆ่าตน อ้างว่าตนหนีไปมีชู้ ตนได้แจ้งเจ้าของหอพักมาระงับเหตุ พร้อมกับไปลงแจ้งความลงบันทึกประจำไว้แล้ว

หลังจากนั้นฝ่ายชายออกไปดื่มสุราต่อ จนมาถึงช่วงเช้าวันที่ 5 ธันวาคม ฝ่ายชายกลับมายังห้องพัก ในขณะนั้นมีช่างกำลังซ่อมประตูห้องเช่า แต่ผู้ต้องหาอาศัยจังหวะเข้ามาในห้อง ก่อนจะใช้อาวุธมีดกระหน่ำแทงที่หน้าอกฝั่งขวา ลิ้นปี่ ท้อง บริเวณข้อมือ แขนทั้งสองข้าง และขาซ้าย รวมแล้วต้องเย็บกว่า 41 เข็ม

หลังเกิดเหตุตนได้ไปแจ้งความไว้ที่สภ.เมืองสมุทรสาคร ตำรวจได้ติดตามจับกุมตัว และนำตัวผู้ต้องหาฝากขังไว้ที่เรือนจำจ.สมุทรสาครแล้ว แต่ตนยังติดใจว่าผู้ต้องหาเคยขู่อาฆาตว่าจะเอาชีวิต เกรงว่าหากพ้นโทษออกมา ตนจะไม่ได้รับความปลอดภัย เนื่องจากการดำเนินคดีอัตราโทษที่น้อย

นอกจากนี้ ญาติของฝั่งผู้ต้องหามีการโพสต์ในโซเชียลมีเดีย ในเชิงลักษณะกล่าวหาตนแบบเสียหาย อ้างว่าตนไปมีชู้ และตั้งแต่เกิดเหตุมาตนยังไม่ได้รับเงินเยียวยาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติพบว่า ผู้ต้องหาเคยต้องโทษในคดีค้ายาเสพติด คดีฆ่าผู้อื่น แต่ทั้ง 2 คดีถึงที่สิ้นสุดแล้ว

ด้านนายเอกภพ เปิดเผยว่า หลังจากนี้จะพาผู้เสียหายข้าพบพนักงานสอบสวนสภ.เมืองสมุทรสาคร เพื่อเพื่อพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม เพราะตอนนี้ผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกาย ซึ่งการกระทำดังกล่าว ควรจะเป็นข้อหาพยายามฆ่า รวมทั้งจะพาผู้เสียหายเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองพยานของกระทรวงยุติธรรมต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่