Home Blog Page 9

ใจแทบสลาย! แม่เห็นผลตรวจลูกชายพระวัย 25 ร่ำไห้ ก่อนต้องลาสิกขา

0

เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2569 เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดมหาสารคาม เข้าตรวจสอบความเรียบร้อยภายในวัด ต.ตลาด อ.เมืองมหาสารคาม จ.มหาสารคาม ก่อนเข้าตรวจสอบกุฏิและพบพระสงกรานต์ อายุ 25 ปี พักอยู่ภายในห้อง จึงขอตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด

ใจแทบสลาย! แม่เห็นผลตรวจลูกชายพระวัย 25 ร่ำไห้ ก่อนต้องลาสิกขา

เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ประมาณ 1 สัปดาห์ เคยเข้าตรวจปัสสาวะพระรูปดังกล่าวมาแล้ว แต่ครั้งนั้นพบว่าปัสสาวะมีลักษณะเจือจาง และไม่พบสารเสพติด จึงได้ตักเตือนและกำชับให้เลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด

กระทั่งวันที่ 17 ก.ย. เจ้าหน้าที่กลับมาตรวจซ้ำอีกครั้ง ผลตรวจพบสารเสพติดในร่างกาย

เบื้องต้นพระสงกรานต์ปฏิเสธว่าไม่ได้เสพสารเสพติด แต่ภายหลังยอมรับว่าเสพยาบ้า 1 เม็ด เมื่อประมาณ 2 วันก่อน เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการตามขั้นตอน ให้ลาสิกขา และส่งเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา

ต่อมาบิดาและมารดาของพระสงกรานต์เดินทางมาที่วัดเพื่อรับทราบเหตุการณ์ โดยผู้เป็นแม่แสดงความเสียใจและผิดหวัง พร้อมตำหนิลูกชายและร้องไห้ด้วยความเสียใจ ก่อนมีอารมณ์โกรธจนขว้างสิ่งของใส่ลูกชาย แต่เจ้าหน้าที่ได้เข้าห้ามและแยกทั้งสองฝ่ายออกจากกัน


ใจแทบสลาย! แม่เห็นผลตรวจลูกชายพระวัย 25 ร่ำไห้ ก่อนต้องลาสิกขา

เหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการส่งตัวอดีตพระสงกรานต์เข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาตามขั้นตอนต่อไป

ก่อนเข้านอน มีเครื่องใช้ไฟฟ้า 1 ชนิด ที่ควรถอดปลั๊กทุกครั้ง ลดความเสี่ยงอันตรายในบ้าน

0

ทำไมช่วงเวลากลางคืนจึงเป็นช่วงที่ต้องระวังเรื่องไฟฟ้าเป็นพิเศษ

หลายคนมีนิสัยใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าจนเสร็จแล้วปล่อยเสียบปลั๊กทิ้งไว้ โดยคิดว่าเพียงแค่ปิดสวิตช์ก็เพียงพอแล้ว แต่ในความเป็นจริง เครื่องใช้ไฟฟ้าบางประเภทอาจยังคงมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่มีระบบสแตนด์บายหรือมีวงจรอิเล็กทรอนิกส์ภายใน

หน่วยงานด้านความปลอดภัยจากหลายประเทศแนะนำให้ถอดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นก่อนเข้านอน โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่สร้างความร้อนหรือมีการชาร์จไฟต่อเนื่อง เพราะในช่วงกลางคืนเป็นเวลาที่คนในบ้านกำลังพักผ่อน หากเกิดความผิดปกติขึ้นอาจสังเกตเห็นได้ช้ากว่าปกติ

นอกจากนี้ ปัญหาที่พบได้บ่อยคือปลั๊กพ่วงที่ใช้งานหลายอุปกรณ์พร้อมกัน สายไฟเก่า หรือหัวปลั๊กที่เริ่มมีรอยไหม้ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่เพิ่มโอกาสเกิดความร้อนสะสมได้ หากปล่อยทิ้งไว้นานโดยไม่มีผู้ดูแล ความเสี่ยงก็อาจเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้ตรวจสอบสภาพสายไฟ ปลั๊ก และเต้ารับอยู่เสมอ รวมถึงหลีกเลี่ยงการใช้งานอุปกรณ์ที่มีร่องรอยชำรุด แม้จะยังใช้งานได้ตามปกติก็ตาม เพราะความเสียหายภายในอาจมองไม่เห็นจากภายนอก

Chapter 2: เครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดใดที่ควรระวังเป็นพิเศษก่อนนอน

หนึ่งในกลุ่มอุปกรณ์ที่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวถึงบ่อยที่สุดคือ เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวที่สร้างความร้อน เช่น หม้อทอดไร้น้ำมัน เครื่องปิ้งขนมปัง เครื่องชงกาแฟ หรือกาต้มน้ำไฟฟ้า แม้จะปิดการทำงานแล้ว แต่การถอดปลั๊กหลังใช้งานจะช่วยลดความเสี่ยงจากความผิดปกติของวงจรไฟฟ้าได้มากขึ้น

อีกกลุ่มหนึ่งคืออุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่ เช่น โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต แบตเตอรี่สำรอง และอุปกรณ์ที่ใช้แบตเตอรี่ลิเธียม ผู้เชี่ยวชาญหลายแห่งไม่แนะนำให้ชาร์จทิ้งไว้ตลอดคืนโดยไม่มีการดูแล เพราะหากอุปกรณ์หรือสายชาร์จมีปัญหา อาจเกิดความร้อนสะสมได้

อันตรายจากไฟฟ้ามีอะไรบ้าง พร้อมแนะวิธีป้องกันอันตรายที่เกิดขึ้นได้
ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ออกแบบมาให้ทำงานต่อเนื่อง เช่น ตู้เย็นหรือช่องแช่แข็ง ไม่จำเป็นต้องถอดปลั๊ก เพราะถูกออกแบบให้ใช้งานตลอด 24 ชั่วโมงอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าอุปกรณ์อยู่ในสภาพสมบูรณ์และได้รับการบำรุงรักษาตามคำแนะนำของผู้ผลิต

Chapter 3: สร้างนิสัยง่าย ๆ ก่อนนอน เพื่อความปลอดภัยของทั้งครอบครัว

ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยแนะนำให้สร้าง “เช็กลิสต์ก่อนนอน” ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที แต่ช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมาก เริ่มจากตรวจดูว่าเตาไฟฟ้าและเครื่องครัวต่าง ๆ ปิดเรียบร้อยแล้ว ถอดปลั๊กอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็น และหลีกเลี่ยงการปล่อยให้เครื่องซักผ้าหรือเครื่องล้างจานทำงานข้ามคืนโดยไม่มีคนดูแล

นอกจากนี้ ควรตรวจสอบปลั๊กพ่วงว่าไม่ได้เสียบใช้งานเกินกำลัง รวมถึงไม่วางสายไฟใต้พรมหรือเฟอร์นิเจอร์หนัก ๆ เพราะอาจทำให้สายไฟเกิดความเสียหายโดยไม่รู้ตัวได้

การติดตั้งเครื่องตรวจจับควันภายในบ้านก็เป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญที่หลายหน่วยงานแนะนำ เพราะสามารถแจ้งเตือนได้อย่างรวดเร็วหากเกิดเหตุผิดปกติในช่วงกลางคืน ช่วยเพิ่มโอกาสในการรับมือกับสถานการณ์ได้ทันเวลา

6 เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ควรเสียบปลั๊กทิ้งไว้ข้ามคืน แม้คิดว่าปิดแล้ว
แม้ว่าการถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าบางชนิดก่อนเข้านอนจะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่การสร้างนิสัยนี้อย่างสม่ำเสมอสามารถช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาทางไฟฟ้า และทำให้บ้านเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนในครอบครัวได้มากขึ้นในระยะยาว.

จับคาโต๊ะ “นายก อบต.หนองหมี” รีดลูกน้องตัวเอง ใครไม่จ่ายตกงาน

0

บุกรวบ “นายก อบต.หนองหมี” คาห้องทำงาน! หลังรีดเลือดพนักงานจ้างที่กำลังจะหมดสัญญา ร่วม 8.4 แสน ขู่ไม่จ่ายยุบตำแหน่งทิ้ง!
​
ปฏิบัติการครั้งนี้ อยู่ภายใต้การอำนวยการของ นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช., นายสุพจน์ ศรีงามเมือง รองเลขาธิการฯ ภาค 3 ได้สั่งการให้นายชัยวัฒน์ ทองเกษม ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ นำกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง (บก.ปปป.) นำหมายจับและหมายค้นจากศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 เข้าควบคุมตัว นายยศพนธ์ ศรีใสย์ นายก อบต.หนองหมี อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ

จับคาโต๊ะ นายก อบต.หนองหมี รีดลูกน้องตัวเอง ใครไม่จ่ายตกงาน
จับคาโต๊ะ นายก อบต.หนองหมี รีดลูกน้องตัวเอง ใครไม่จ่ายตกงาน

คดีนี้เริ่มต้นจากการแจ้งเบาะแสของกลุ่มผู้เสียหาย ซึ่งเป็นพนักงานจ้างในสังกัด อบต.หนองหมี จากการสืบสวนเชิงลึกของ ป.ป.ช. พบข้อเท็จจริงว่า เมื่อเดือนสิงหาคม 2569 นายยศพนธ์ได้เรียกประชุมพนักงานจ้างจำนวน 28 ราย ที่สัญญาจ้างกำลังจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยยื่นคำขาดว่า หากประสงค์จะได้รับการต่อสัญญา จะต้องจ่ายเงิน “ค่าต่อสัญญา” ให้ตนเอง รายละ 30,000 บาท รวมเป็นเม็ดเงินสูงถึง 840,000 บาท
​
นอกจากนี้ ยังพบพฤติการณ์ข่มขู่และกดดันอย่างหนัก โดยขีดเส้นตายให้พนักงานเร่งหาเงินมาจ่ายให้แล้วเสร็จ มิเช่นนั้นจะไม่พิจารณาต่อสัญญาจ้างให้ และเตรียมยุบเลิกภารกิจในบางตำแหน่งเพื่อบีบบังคับ ส่งผลให้พนักงานหลายรายเกิดความหวาดกลัวตกงาน จนต้องจำยอมหาเงินมาจ่ายเพื่อรักษาอาชีพ
​
ภายหลังศาลอนุมัติหมายจับ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ 3 ป. ได้เข้าควบคุมตัวนายยศพนธ์ พร้อมตรวจค้นห้องทำงาน ซึ่งพบ “เงินสดของกลาง” จำนวนหนึ่ง จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นพยานหลักฐานสำคัญ

และแจ้งข้อกล่าวหาหนักฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบทรัพย์สินให้ ฐานเรียกรับผลประโยชน์ และฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148, 149, 157 และ พ.ร.ป. ว่าด้วยการป้องกันและปราบปราบการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172, 173
​
หลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บก.ปปป. เพื่อดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป สำนักงาน ป.ป.ช. ขอย้ำเตือนว่า พฤติกรรมการใช้อำนาจข่มขู่เพื่อรีดไถผู้ใต้บังคับบัญชา เป็นความผิดทางอาญาขั้นร้ายแรง หากประชาชนหรือข้าราชการท่านใดตกเป็นเหยื่อ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน ป.ป.ช. 1205 โดยข้อมูลของท่านจะถูกเก็บเป็นความลับขั้นสูงสุด
​
(ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด)

อดีตสามี เปิดใจครั้งแรก แฉบาป “สีกาเอ๋” ฟังแล้วได้แต่ตกใจ

0

จากกรณีตำรวจเข้าจับกุม “อดีตพระวชิรญาณ วิ.” หรือ “อดีตหลวงพ่ออติโชติ ธมฺมวโร” อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา หลังถูกแจ้งข้อหาหลายคดี ทั้งเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต รวมถึงสมคบและร่วมกันฟอกเงิน โดยมีประเด็นเกี่ยวกับพฤติกรรมภายในกุฏิและการยักยอกเงินวัดจนเกิดความเสียหายกว่า 92 ล้านบาท

อดีตสามี เปิดใจครั้งแรก แฉบาป “สีกาเอ๋” ฟังแล้วได้แต่ตกใจ

คดีดังกล่าวยังนำไปสู่การจับกุม น.ส.ปุณยวีร์ หรือ “สีกาเอ๋” หญิงคนสนิทของอดีตเจ้าอาวาส ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว ทำให้เรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตและทรัพย์สินของเธอถูกจับตามองอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดในรายการ Phutta Talk ช่วงหนึ่ง “พุทธ อภิวรรณ” ได้มีการพูดคุยกับคุณเฉลิม อดีตสามีสีกาเอ๋ โดยคุณเฉลิม ได้ส่งคุณนันท์ มาพูดคุยแทนเนื่องจากไม่สบาย โดยคุณนันท์ ได้เผยว่า คุณเฉลิมเลิกกับสีกาเอ๋ก่อน คุณเฉลิมก็ทำธุรกิจปุ๋ยอยู่แล้ว ส่วนสีกาเอ๋ก็ทำธุรกิจปุ๋ยเหมือนกันแต่คนละบริษัทแล้วมาเกิดเรื่องคดีปุ๋ยปลอมดังนั้นอดีตสามีไม่เกี่ยวข้องกับคดีปุ๋ยปลอมที่สีกาเอ๋โดนหมายจับ

อดีตสามี เปิดใจครั้งแรก แฉบาป “สีกาเอ๋” ฟังแล้วได้แต่ตกใจ

โดยขาดจากกันหลาย 10 ปีแล้ว มีแค่เรื่องเดียวที่ต้องคุยด้วยกันคือเรื่องของลูกซึ่งตอนนี้ห่วงความรู้สึกของลูกมากเพราะลูกๆก็ไม่มีคนไหนรู้เลยว่าแม่ไปทำสิ่งไม่ดีไม่งาม

ด้านคุณนันท์คนที่คุณเฉลิมส่งมาได้บอกว่าอยากให้ทุกส่วนอย่าโยงมาถึงบริษัทคุณเฉลิม เพราะคุณเฉลิมเองไม่เกี่ยวข้องจริงๆ ส่วนตัวคุณเฉลิมเป็นคนนิสัยดี อ่อนน้อมถ่อมตนและเป็นคนรักลูกน้อง ก็ยังรู้สึกว่าทุกคนช็อกหมด คนที่เคยรู้จักสีกาเอ๋สงสัยว่าเหตุใดทำไมถึงกล้าทำแบบนี้กับพระผู้ใหญ่

ยิ่งสลด ผลชันสูตรเบื้องต้น “น้องพิม” สาวหน้าตาดีเสียชีวิตหดหู่

0

จากกรณีเหตุสะเทือนขวัญ คดี น.ส.พิมพ์ อายุ 24 ปี สาวสู้ชีวิตทำงานร้านสะดวกซื้อ ถูกฆาตกรรมปริศนาภายในหอพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.อุดรธานี ล่าสุดวันนี้ ที่ห้องสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เรียกประชุมตำรวจชุดสืบสวนมือดี ทั้งชุดสืบสวนภาค 4 ชุดสืบสวนจังหวัด และชุดสืบสวนพิรุณ เพื่อติดตามความคืบหน้าและเร่งคลี่คลายคดี

หลังตำรวจเดินหน้ารวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องกับผู้เสียชีวิตอย่างละเอียด โดยการประชุมครั้งนี้มุ่งทบทวนข้อมูลจากพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ภาพจากกล้องวงจรปิด รวมถึงผลการเก็บตัวอย่าง DNA ของบุคคลที่เข้า-ออกหอพัก เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับหลักฐานที่พบ และเร่งหาตัวผู้ก่อเหตุให้ได้โดยเร็ว

เบื้องต้นจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบไรเดอร์เข้ามาส่งอาหารที่หอพัก 2 ระลอก รวม 3 ราย เป็นผู้ส่งผลไม้ 2 ราย และผู้ส่งหมูทอด 1 ราย โดยผู้เสียชีวิตเป็นผู้เดินออกมารับอาหารด้วยตัวเองทั้งหมด ตำรวจจึงเชิญไรเดอร์ทั้ง 3 รายมาสอบปากคำ พร้อมเก็บตัวอย่าง DNA ไว้ตรวจสอบแล้ว

ขณะเดียวกัน ตำรวจยังเรียกผู้พักอาศัยภายในหอพักทั้ง 6 ห้อง ทั้งชายและหญิง มาสอบปากคำและเก็บตัวอย่าง DNA ครบทุกคน เนื่องจากเป็นอีกแนวทางที่ตำรวจต้องตรวจสอบ โดยเฉพาะประเด็นว่าผู้ก่อเหตุอาจเป็นคนที่คุ้นเคยกับสถานที่ และรู้ตำแหน่งมุมอับของกล้องวงจรปิดเป็นอย่างดี

ส่วนการตรวจสอบทรัพย์สินของผู้เสียชีวิต พบว่าเงินสดและโทรศัพท์มือถือยังอยู่ครบ ขณะที่เครื่องประดับ ทองคำ สร้อย และแหวน จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ผู้เสียชีวิตได้นำไปจำนำไว้กับร้านทองก่อนเกิดเหตุแล้ว ตำรวจเตรียมตรวจสอบข้อมูลจากร้านทองเพิ่มเติม เพื่อคลายข้อสงสัยของครอบครัวผู้เสียชีวิต

โดยจากการชันสูตรเบื้องต้น แพทย์ระบุว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 20 ชั่วโมง สาเหตุจากการถูกรัดคอจนขาดอากาศหายใจ และพบบาดแผลที่ร่างกายเหมือนถูกลาก สำหรับปมการสังหาร ตำรวจให้น้ำหนักไปที่ประเด็นฆาตกรรมเป็นหลัก ส่วนปมฆ่าชิงทรัพย์มีน้ำหนักลดลง เนื่องจากทรัพย์สินสำคัญยังอยู่ อย่างไรก็ตาม ยังไม่ตัดประเด็นนี้ทิ้ง

เบื้องต้นมีข้อสันนิษฐานว่าอาจเกิดการต่อสู้หรือขัดขืนระหว่างผู้เสียชีวิตกับคนร้าย ก่อนที่คนร้ายจะหลบหนีออกจากจุดเกิดเหตุ นอกจากนี้ ชุดสืบสวนยังเร่งไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดโดยรอบหอพักและชุมชนใกล้เคียง เพื่อหาเส้นทางเข้า-ออกของบุคคลต้องสงสัย แม้บางจุดจะมีข้อจำกัดเรื่องมุมกล้องและคุณภาพของภาพ

จากนั้นพนักงานสอบสวนได้เชิญผู้เช่าห้องหมายเลข 6 มาสอบปากคำ เพื่อสอบถามข้อมูลและตรวจสอบความเชื่อมโยงกับคดี ภายหลังเข้าพบพนักงานสอบสวน ผู้เช่าห้องหมายเลข 6 ไม่สะดวกให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน แต่ให้ข้อมูลเบื้องต้นว่า ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ ไม่ได้ยินเสียงผิดปกติหรือเสียงการทะเลาะวิวาทจากภายในหอพักแต่อย่างใด

ผู้เช่ารายดังกล่าวยังอธิบายว่า ห้องพักภายในหอพักค่อนข้างเก็บเสียง หากอยู่ภายในห้องอาจไม่ได้ยินเสียงจากห้องอื่น แต่หากออกไปอยู่บริเวณด้านหลังห้องหรือพื้นที่บางจุด เสียงจากห้องพักอื่นอาจได้ยินเป็นบางครั้ง ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและกิจกรรมที่เกิดขึ้นภายในห้อง

นอกจากนี้ ผู้เช่าห้อง 6 ยังให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า หลังเกิดเหตุพบชาย 2 คนขับรถเข้ามาวนเวียนบริเวณหน้าหอพักประมาณ 3 รอบ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งรายละเอียดที่ตำรวจสามารถนำไปตรวจสอบกับภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อดูว่าบุคคลดังกล่าวเป็นใคร เดินทางเข้ามาด้วยเหตุใด และเกี่ยวข้องกับคดีหรือไม่

ขณะเดียวกัน วันนี้ทางญาติ ๆ ได้มาติดต่อกับพนักงานเพื่อทำเรื่องศพ เพื่อนำตัวไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด อ.สังคม จ.หนองคาย โดยทางเจ้าหน้าที่จะนำศพไปชันสูตรที่นิติเวช รพ.ศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น ในวันพรุ่งนี้

ส่วนน.ส.ยูบี อายุ 23 ปี ญาติ เปิดเผยว่า รู้ข่าวพี่พิมพ์เสียชีวิตแล้วตกใจแทบช็อก จึงรีบเดินทางมา โดยหลังจากรับศพไปบำเพ็ญกุศล จะเดินทางไปเรียกดวงวิญญาณที่หอพัก ส่วนตัวสนิทกับพี่พิมพ์มาก ปกติเขาเป็นคนจริงใจ แต่หากใครทำให้อาฆาตแค้นจะเจ็บฝังใจ เรื่องที่เกิดขึ้นเชื่อว่ามีคนทำให้พี่เสียชีวิต อยากให้ดวงวิญญาณของพี่พิมพ์ช่วยตำรวจติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้

ขณะที่พ่อของน้องพิมพ์ บอกว่า ช่วงเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ลูกสาวอยากไปเที่ยวบ้านเกิดพ่อที่ จ.ลำพูน จึงพาลูกสาวไปเที่ยวน้ำตก้อหลวง และไปเยี่ยมปู่กับย่าด้วย เพราะลูกสาวอยากไป ครั้งนั้นเป็นครั้งสุดท้ายที่ลูกสาวไปเยี่ยมปู่กับย่า และได้กลับบ้านเกิดของพ่อ หากมีคนทำให้น้องเสียชีวิต อยากให้ตำรวจติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีและลงโทษสูงสุดเลย

ทางด้าน พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า ถึงตอนนี้เจ้าหน้าที่ทำงานเต็มที่ เร่งแกะรอยจากกล้องวงจรปิดและสอบพยานใกล้ที่เกิดเหตุ โดยจะนำพยานหลักฐานทุกด้านมาประกอบการสืบสวน โดยเฉพาะผลตรวจ DNA และภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อเร่งระบุตัวผู้ก่อเหตุและติดตามจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว

ขณะนี้ตำรวจได้เรียกผู้พักอาศัยภายในหอพักเข้าให้ปากคำและเก็บตัวอย่าง DNA แล้ว 5 ห้อง จากทั้งหมด 6 ห้อง โดยห้องหมายเลข 6 เป็นหนึ่งในห้องที่ตำรวจต้องตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน ชุดสืบสวนยังเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดโดยรอบหอพัก ทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และบริเวณมุมอับข้างกำแพง ซึ่งอาจเป็นเส้นทางเข้า-ออกของบุคคลที่ต้องการหลบเลี่ยงสายตาผู้คน รวมถึงตรวจสอบบุคคลที่เดินทางเข้า-ออกหอพักในช่วงเวลาที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิต

ส่วนประเด็นทองคำของผู้เสียชีวิตที่ก่อนหน้านี้มีข้อมูลว่าสูญหาย ตำรวจตรวจสอบไปยังร้านทองในพื้นที่แล้ว พบว่าผู้เสียชีวิตเป็นผู้นำทองคำไปจำนำไว้ด้วยตนเองก่อนเกิดเหตุ และยังไม่ได้ไถ่ถอนคืน ทำให้เบื้องต้นตำรวจตัดประเด็นทองคำสูญหายออกจากแนวทางการสืบสวน

ขณะนี้ตำรวจยังให้น้ำหนักกับประเด็นการเสียชีวิตจากการถูกฆาตกรรม และอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ DNA และภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อหาความเชื่อมโยงของบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะข้อมูลชาย 2 คนที่มีผู้พบเห็นขับรถวนเวียนหน้าหอพัก 3 รอบ ซึ่งตำรวจจะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหลักฐานอย่างละเอียดก่อนสรุปว่าเกี่ยวข้องกับคดีหรือไม่

ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนยังคงทยอยเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อเร่งคลี่คลายคดีและติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

โรงงานเซรามิกเลิกจ้างฟ้าผ่า 200 ชีวิตตกงาน วิกฤตไม่ทันตั้งตัว

0

วิกฤตแรงงานครั้งใหญ่ในพื้นที่จังหวัดนครพนม หลังโรงงานเซรามิกประกาศเลิกจ้างพนักงานกว่า 200 คน สร้างความเดือดร้อนให้แรงงานและครอบครัวจำนวนมาก ขณะที่หน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดนครพนม หรือ “5 เสือแรงงาน” เร่งลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ ทั้งด้านสิทธิประโยชน์ การจัดหางานใหม่ การพัฒนาทักษะอาชีพ และการติดตามเงินค่าจ้างรวมถึงเงินชดเชยตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมอำเภอนาทม จังหวัดนครพนม นางณัฐกฤตา ดาหาร แรงงานจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย นางสิริวีรา ศิรสิทธิ์กุล สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนครพนม นายกิตติเมศวร์ มีนำพันธุ์ธนา นักวิชาการแรงงานชำนาญการ สำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครพนม นางสาวณัฐปภัสร์ อ่อนทา นักวิชาการแรงงานชำนาญการ สำนักงานจัดหางานจังหวัดนครพนม และสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 41 นครพนม ร่วมลงพื้นที่พบกลุ่มลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากการเลิกจ้างบริษัทฯ ได้ออกประกาศเลิกจ้างพนักงาน โดยให้เหตุผลว่ายอดสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศลดลงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลก การปรับขึ้นภาษีการค้าของสหรัฐอเมริกา และสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ส่งผลให้บริษัทขาดสภาพคล่องและไม่สามารถดำเนินกิจการต่อได้

คำสั่งเลิกจ้างมีผลกับพนักงานรายวันตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน 2569 เป็นต้นไป ส่วนพนักงานรายเดือนจะมีผลในวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยบริษัทแจ้งว่าจะจ่ายค่าจ้างตามรอบปกติ แต่ยังไม่สามารถระบุวันจ่ายเงินค่าชดเชยได้ ทำให้ลูกจ้างจำนวนมากเกิดความกังวลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ที่พึงได้รับ

จากการลงพื้นที่ของผู้สื่อข่าว พบแรงงานจำนวนมากกำลังเผชิญปัญหาทางการเงินอย่างหนัก นายกระแส บุญศรี อายุ 45 ปี ตัวแทนอดีตพนักงาน เปิดเผยว่า ตนและภรรยาทำงานอยู่ในโรงงานแห่งนี้มากว่า 1 ปี 4 เดือน มีรายได้รวมกันเดือนละประมาณ 18,000-19,000 บาท แต่หลังจากบริษัทหยุดจ่ายค่าจ้างตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม ทำให้ครอบครัวขาดรายได้ทันที ขณะที่ภาระค่าใช้จ่ายทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหาร และค่างวดรถยนต์ยังคงเดินต่อทุกเดือน

“ตอนนี้เงินเก็บหมดแล้ว ต้องหันมาปลูกถั่วฝักยาวและแตงกวาขายตามตลาดเพื่อประทังชีวิต อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งติดตามเงินค่าจ้างและเงินชดเชยให้ลูกจ้างโดยเร็ว” นายกระแส กล่าว

ด้านสำนักงานจัดหางานจังหวัดนครพนม โดยนางสาวณัฐปภัสร์ อ่อนทา นักวิชาการแรงงานชำนาญการ

ได้เปิดรับขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานเพื่อให้แรงงานเข้าถึงสิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคม มาตรา 33 โดยผู้ถูกเลิกจ้างจะได้รับเงินทดแทนกรณีว่างงานในอัตรา 50 เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้าง เป็นระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน พร้อมจัดเตรียมตำแหน่งงานว่างในสถานประกอบการต่าง ๆ รองรับผู้ที่ต้องการกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานทันที

นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการประกอบอาชีพอิสระและการรับงานไปทำที่บ้าน โดยมีกองทุนเงินกู้ยืมสนับสนุนการซื้ออุปกรณ์ประกอบอาชีพ เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการว่างงาน

ขณะที่ นางสิริวีรา ศิรสิทธิ์กุล สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนครพนม ยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 โดยพนักงานตรวจแรงงานจะรวบรวมพยานหลักฐานจากทุกฝ่ายและดำเนินการออกคำสั่งภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด หากนายจ้างไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง อาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ลูกจ้างที่ยังไม่ได้รับค่าจ้างหรือเงินชดเชย ยังสามารถยื่นขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในระหว่างดำเนินคดีได้อีกช่องทางหนึ่ง

นายกิตติเมศวร์ มีนำพันธุ์ธนา นักวิชาการแรงงานชำนาญการ สำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครพนม กล่าวว่า ผู้ประกันตนที่ถูกเลิกจ้างจะได้รับสิทธิเงินทดแทนกรณีว่างงานตั้งแต่วันที่ 8 ของการว่างงาน ในอัตรา 50 เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้าง เป็นเวลาไม่เกิน 6 เดือน โดยจะได้รับเงินโอนเข้าบัญชีภายใน 30 วัน หลังการอนุมัติสิทธิแล้วเสร็จ

ด้านนางณัฐกฤตา ดาหาร แรงงานจังหวัดนครพนม ยืนยันว่า กระทรวงแรงงานจะไม่ทอดทิ้งพี่น้องแรงงานที่ได้รับผลกระทบ พร้อมบูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งการคุ้มครองสิทธิ การจัดหางานใหม่ และการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน เพื่อให้ผู้ที่ถูกเลิกจ้างสามารถกลับมามีอาชีพและรายได้ที่มั่นคงได้โดยเร็วที่สุด

เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญของภาคแรงงานนครพนม เมื่อแรงงานกว่า 200 ชีวิตต้องเผชิญชะตากรรมตกงานกะทันหัน ท่ามกลางภาระค่าใช้จ่ายและความไม่แน่นอนในชีวิต ขณะที่ทุกฝ่ายกำลังเร่งหาทางออกเพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิและความเป็นธรรมตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด

ขนคางของผู้หญิงอาจเป็น สัญญาณของอะไร? อย่ามองข้าม เพราะร่างกายกำลังส่งสัญญาณ เตือน

0

ผู้หญิงหลายคนอาจเคยสังเกตเห็นว่ามี

ขนเส้นเล็ก ๆ หรือขนแข็งขึ้นบริเวณ

คางมากกว่าปกติ และมักคิดว่าเป็น

เพียงเรื่องของพันธุกรรมหรืออายุที่

เพิ่มขึ้นเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ผู้

เชี่ยวชาญด้านสุขภาพระบุว่าการมีขน

คางเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนอาจเกี่ยวข้อง

กับการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน

ในร่างกาย โดยเฉพาะฮอร์โมนแอน

โดรเจน (Androgen) ซึ่งเป็น

ฮอร์โมนที่พบได้ทั้งในผู้ชายและผู้ห

โดยปกติแล้ว ผู้หญิงจะมีฮอร์โมนแอน

โดรเจนในปริมาณน้อย แต่หากระดับ

ฮอร์โมนนี้เพิ่มสูงขึ้น อาจทำให้เกิด

การเจริญเติบโตของขนในบริเวณที่ไม่

เคยมีมาก่อน เช่น คาง เหนือริมฝีปาก

หน้าอก หรือหน้าท้อง นอกจากนี้ยัง อาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ผิวมัน สิวเรื้อรัง หรือประจำเดือนมาไม่ สม่ำเสมอ หนึ่งในสาเหตุที่พบได้บ่อยคือภาวะถุง น้ำหลายใบในรังไข่ หรือ PCOS ซึ่งเป็นความผิดปกติของระบบ

(Polycystic Ovary Syndrome)

ฮอร์โมนที่พบในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ ภาวะนี้อาจส่งผลให้เกิดขนดก น้ำหนัก ตัวเพิ่มขึ้น และมีปัญหาเกี่ยวกับการ ตกไข่ หากไม่ได้รับการดูแลอย่าง

เหมาะสม อาจส่งผลต่อสุขภาพใน ↑ ระยะยาวได้

นอกจากนี้ เมื่อผู้หญิงเข้าสู่วัยใกล้หมด ประจำเดือนหรือวัยหมดประจำเดือน

ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนอาจลดลง ทำให้สัดส่วนของฮอร์โมนแอนโดร เจนดูสูงขึ้น ส่งผลให้มีขนคางเพิ่มขึ้น

ได้เช่นกัน แม้จะเป็นเรื่องที่พบได้ตาม ธรรมชาติของวัย แต่ก็ควรสังเกต ความเปลี่ยนแปลงของร่างกายอยู่ เสมอ

อีกหนึ่งปัจจัยที่หลายคนอาจไม่ทราบ คือความเครียดเรื้อรัง การพักผ่อนไม่ เพียงพอ และพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ ไม่สมดุล อาจส่งผลต่อระบบฮอร์โมน โดยรวม ทำให้เกิดความผิดปกติที่ สะท้อนออกมาทางผิวหนังและเส้นขน ได้เช่นกัน ดังนั้นการดูแลสุขภาพแบบ องค์รวมจึงมีความสำคัญไม่น้อยไป กว่าการดูแลภายนอก

อย่างไรก็ตาม การมีขนคางเพียงไม่กี่ เส้นไม่ได้หมายความว่าคุณกำลังมี ปัญหาสุขภาพเสมอไป เพราะปัจจัย ทางพันธุกรรมก็มีบทบาทสำคัญเช่น กัน บางคนอาจมีลักษณะดังกล่าวมา ตั้งแต่วัยรุ่นและไม่เกี่ยวข้องกับโรคใด ๆ เลย แต่หากพบว่าขนขึ้นเพิ่มขึ้น อย่างรวดเร็ว หนาขึ้นผิดปกติ หรือมี อาการอื่นร่วมด้วย ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด การดูแลตนเองเบื้องต้นสามารถทำได้ ด้วยการรับประทานอาหารที่สมดุล ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ควบคุม น้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม และนอนหลับให้เพียงพอ สิ่งเหล่านี้มี ส่วนช่วยรักษาสมดุลของฮอร์โมนและ ส่งเสริมสุขภาพโดยรวม

ท้ายที่สุด ขนคางของผู้หญิงอาจเป็นได้ ทั้งเรื่องปกติและสัญญาณเตือนบาง อย่างจากร่างกาย สิ่งสำคัญคือการ สังเกตความเปลี่ยนแปลงของตนเอง อย่างสม่ำเสมอ หากมีอาการผิดปกติ ร่วมด้วย ไม่ควรละเลยหรือปล่อยทิ้งไว้ เพราะการดูแลสุขภาพตั้งแต่เนิ่น ๆ ย่อมดีกว่าการรอให้ปัญหาลุกลามจน ยากต่อการแก้ไข

งามไส้! บุกจับเจ้าอาวาสพร้อมพระลูกวัดใช้เงินบุญซื้อยาบ้าเสพ

0

เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 18 ก.ย. 69 ชุดปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ นำโดย พ.ต.ท.สุวัฒน์ นามมงคล สนธิกำลังร่วมกับ ตชด. ทหารและฝ่ายปกครอง เข้าตรวจค้น รถยนต์เก๋งสีดำ สงสัยบริเวณ สี่แยกบ้านหนองกุงต.ชุมเห็ดอ.เมืองบุรีรัมย์ หลังสืบทราบว่ามีการนัดส่งมอบ ยาเสพติด ในพื้นที่รอยต่อ อ.คูเมือง และ อ.พุทไธสง โดยเจ้าหน้าที่ติดตามรถดังกล่าวเป็นระยะทางกว่า 40 กิโลเมตร

​จากการตรวจค้นรถคันดังกล่าว พบ พระสงฆ์ 2 รูป คือ พระตั้ง (อายุ 31 ปี) เป็นคนขับ และ พระเพียว (อายุ 22 ปี) นั่งโดยสาร ทันทีที่เปิดประตูรถ พบ ยาบ้า 10 เม็ดร่วงลงพื้นถนน เมื่อค้นเพิ่มเติมพบ ยาบ้าซุกซ่อนในอังสะ ของพระเพียวอีก 89 เม็ด และใต้พรม คอนโซลรถ อีก 82 เม็ด รวมของกลางจุดนี้ 181 เม็ด

จากการตรวจสอบ โทรศัพท์มือถือ ของพระตั้ง พบ ข้อความสนทนาคลิปเสียงและหลักฐานการโอนเงิน เชื่อมโยงไปยัง พระปลาย (อายุ 27 ปี) ที่ ต.บ้านเป้าอ.พุทไธสง เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบขณะออกบิณฑบาต โดยพระปลายยอมรับว่า ช่วยติดต่อซื้อ ยาบ้า 1 ถุงราคา 3,800 บาท จากวัยรุ่นในหมู่บ้าน นำมาส่งให้พระตั้ง โดยได้ค่าตอบแทนเป็น ยาบ้า 5 เม็ด ซึ่งนำไปเสพกับพระลูกวัด และเหลือ ยาบ้า 2 เม็ด ซุกซ่อนในกุฏิพร้อม อุปกรณ์การเสพ

​ต่อมา เจ้าหน้าที่ขยายผลไปยัง วัดป่าหนองหินต.ปังกูอ.ประโคนชัย ซึ่งเป็นวัดที่พระตั้งจำพรรษาอยู่ เข้าตรวจสอบ พระพิพัฒน์ (อายุ 32 ปี) เจ้าอาวาสวัดป่าหนองหิน ผล ตรวจปัสสาวะ เบื้องต้นพบ สารเสพติดในร่างกาย

ช่วงแรกเจ้าอาวาสปฏิเสธ แต่เมื่อจำนนต่อ หลักฐานการโอนเงิน และข้อความสนทนา จึงยอมรับว่าสั่งให้พระลูกวัดไปติดต่อซื้อ ยาบ้า มาเสพภายในวัด โดยสั่งซื้อประมาณ 200 เม็ดราคา 3,800 บาท ซึ่งนำเงินมาจาก เงินกิจนิมนต์ และ เงินทำบุญของญาติโยม
​นอกจากนี้ เจ้าอาวาสยังกังวลเรื่อง งานบุญธรรมะสัญจรประจำปี 2569 ของวัดที่จะจัดขึ้นวันที่ 20 กันยายนนี้ เนื่องจากวัดมีพระ 4 รูป แต่ถูกจับกุมไป 3 รูป เหลือเพียง พระสูงอายุ ที่เพิ่งบวชใหม่เพียง 1 รูป และยังสวดมนต์ไม่คล่อง

​เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจนำพระทั้ง 3 รูปไป ทำการสึก ก่อนส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเตรียม สอบสวนขยายผล เพื่อติดตามผู้เกี่ยวข้อง ทั้ง ผู้ค้า และ ผู้เสพ มาดำเนินคดีต่อไป

สลด สาวหน้าตาดี ดับเปลือยคาหอพัก เห็นร่างแล้วสะเทือนใจ

0

วันที่ 15 ก.ย. 2569 เกิดเหตุสลดขึ้นที่หอพักแห่งหนึ่งใน ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง จ.อุดรธานี หลังเจ้าหน้าที่พบศพ น.ส.ภัทรวรินทร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี พนักงานร้านสะดวกซื้อ เสียชีวิตอยู่ภายในห้องพัก

จากการตรวจสอบพบผู้เสียชีวิตอยู่ในสภาพเปลือย นอนคว่ำหน้าบนพื้นห้อง และมีสายไฟสีดำรัดบริเวณลำคอ ขณะที่ภายในห้องพบข้าวของบางส่วนกระจัดกระจาย แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีทรัพย์สินสูญหาย

หลังรับแจ้งเหตุ ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวร และอาสากู้ภัย เดินทางเข้าตรวจสอบและเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ โดยแพทย์เบื้องต้นระบุว่า ผู้เสียชีวิตน่าจะเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 20 ชั่วโมง และสาเหตุเกี่ยวข้องกับการขาดอากาศหายใจ

ด้านเพื่อนของผู้เสียชีวิตให้ข้อมูลว่า ผู้ตายพักอยู่ที่หอพักเพียงลำพังมาประมาณ 3-4 เดือน และทำงานที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งมานานประมาณ 3 ปี โดยทั้งคู่พูดคุยกันครั้งสุดท้ายเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ก่อนที่จะไม่สามารถติดต่อผู้ตายได้ในวันจันทร์ ซึ่งผิดจากปกติที่มักพูดคุยกันเป็นประจำ

เพื่อนยังระบุอีกว่า ผู้ตายเป็นคนค่อนข้างระมัดระวังตัว แต่มีนิสัยไม่ค่อยล็อกประตูห้อง หากได้ยินเสียงเคาะก็มักคิดว่าอาจเป็นเพื่อนหรือคนรู้จัก โดยที่ผ่านมาเคยเตือนเรื่องดังกล่าวอยู่หลายครั้ง

เบื้องต้นตำรวจยังอยู่ระหว่างคลี่คลายคดี โดยตั้งข้อสันนิษฐานว่า ผู้ตายอาจพักอยู่ภายในห้อง ก่อนออกมาทำธุระส่วนตัวแล้วอาจพบกับคนร้าย จนนำไปสู่การต่อสู้และถูกทำร้ายจนเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถยืนยันสาเหตุและลำดับเหตุการณ์ที่แน่ชัดได้

ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดโดยรอบ รวมถึงรวบรวมพยานหลักฐานและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาเบาะแสของผู้ก่อเหตุและติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

แห่ส่งกำลังใจ ท่านอ่อง หลังสุขภาพทรุดหนัก เผยอาการล่าสุดน่าเป็นห่วงมาก

0

วันที่ 18 กันยายน 2569 ท่านอ่อง นายแพทย์จักรีวัชร วิวัชรวงศ์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chakriwat Vivacharawongse เพื่ออัปเดตอาการป่วยล่าสุด โดยระบุว่าสุขภาพของตนกำลังอยู่ในภาวะย่ำแย่ และจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดสมองอย่างเร่งด่วน พร้อมเผยความเห็นจากแพทย์ประสาทวิทยาที่รู้จัก 3-4 ท่าน ระบุว่า

สุขภาพของผมแย่มากจริง ๆ และผมกำลังเสี่ยงติดเตียงหรือเสียชีวิต นี่เป็นความเห็นที่จริงใจของแพทย์ประสาทวิทยา 3-4 ท่านที่ผมรู้จัก ผมกำลังต้องการการผ่าตัดสมองเร่งด่วนครับ

ผมอยากแชร์กับทุกท่านคืนนี้ครับ