จังหวัดเดียวในไทย “ผังเมืองดี ที่สุด” ติดอันดับโลก ออกแบบ เป็นใยแมงมุม วงเวียน 3 ชั้น
จังหวัดเดียวในไทย “ผังเมืองดีที่สุด” ติดอันดับ 23 ของโลก ออกแบบเป็น ใยแมงมุม วงเวียน 3 ชั้น ต้นแบบการ วางแผนเมืองอย่างยั่งยืน “ใต้สุดแดนสยาม เมืองงาม ชายแดน” คือคำขวัญที่บ่งบอกอัต ลักษณ์ของจังหวัดยะลาได้เป็นอย่าง ดี จังหวัดยะลาได้รับการกล่าวขานว่า เป็นเมืองที่มีผังเมืองสวยที่สุดใน ประเทศไทย และยังสร้างชื่อเสียงใน ระดับสากล โดยในปี พ.ศ. 2546 เทศบาลนครยะลา ได้รับการคัด เลือกเป็นตัวแทนประเทศไทยจนคว้า รางวัลชนะเลิศ UNESCO Cities for Peace จากองค์การยูเนสโก ใน ส่วนของโซนเอเชียและแปซิฟิก

ลักษณะเด่น “ผังเมืองใยแมงมุม” วง เวียน 3 ชั้น
ความโดดเด่นที่ทำให้ยะลาแตกต่าง จากเมืองอื่นคือการออกแบบถนนทุก สายให้มุ่งสู่ใจกลางเมืองใน
ลักษณะ วงเวียน 3 ชั้น เชื่อมโยงเป็น โครงข่ายถนนที่เป็นระเบียบคล้ายใย แมงมุม ระบุว่าโครงสร้างลักษณะนี้ ช่วยให้การจราจรภายในเมืองสะดวก สบายและคล่องตัวสูง โดยมีการแบ่ง พื้นที่ใช้สอยไว้อย่างชัดเจน ดังนี้:
ศูนย์ราชการ: ตั้งอยู่บริเวณวงในสุด เพื่อความสะดวกในการติดต่อประสาน งาน
เขตพาณิชย์และย่านการค้า: จัดวางใบ ตำแหน่งที่เข้าถึงง่ายจากทุกทิศทาง
พื้นที่อยู่อาศัย: กระจายตัวรอบนอก เพื่อความเป็นส่วนตัวและลดความ วุ่นวาย
พื้นที่สีเขียว: มีการแทรกสวน สาธารณะขนาดใหญ่ไว้ในจุด ยุทธศาสตร์เพื่อสร้างสมดุลระหว่างตึก รามบ้านช่องและสิ่งแวดล้อม

“วางผังเมืองก่อนจะเป็นเมือง” วิสัย ทัศน์โดยพระรัฐกิจวิจารณ์ ประวัติศาสตร์การวางผังเมืองยะลา เริ่มต้นโดย พระรัฐกิจวิจารณ์ (สวาสดิ์ ณ นคร) อดีตข้าหลวงและนายก เทศมนตรีเมืองยะลา ผู้ร่วมกับสหาย ข้าราชการริเริ่ม “ผังเค้าโครงเมือง
ยะลา ปี 2485” ในสมัยที่ยะลายังเป็น ชุมชนขนาดเล็กใกล้สถานีรถไฟ การ วางแผนที่แยบยลเริ่มจากการกำหนด จุดศูนย์กลางเมืองที่กิโลศูนย์ (ปัจจุบัน คือที่ตั้งศาลหลักเมือง) แล้วตัดถนน สายหลักอย่างถนนพิพิธภักดี ถนนสุข ยางค์ และถนนสิโรรส ให้พุ่งตรงเข้าสู่ ศูนย์กลาง
การตัดถนนสายย่อยเป็นรูปสี่เหลี่ยม หมากรุกเชื่อมต่อกัน และมีการ ออกแบบซอยหลังบ้านให้ห่างกัน 4 เมตร เพื่อความสะดวกในการจัดการ ขยะและการดับเพลิง ซึ่งถือเป็น แนวคิดที่ล้ำสมัยอย่างมากในยุคนั้น ยะลาสู่การเป็น “เมืองแห่งการเรียนรู้” ของยูเนสโก
ความสำเร็จของผังเมืองยะลาไม่ได้ หยุดอยู่เพียงแค่โครงสร้างทาง กายภาพ แต่ยังต่อยอดไปสู่การพัฒนา สังคม องค์การยูเนสโก

(UNESCO) ได้ประกาศให้ยะลาได้ รับรางวัล UNESCO Cities for Peace และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ เครือข่าย “เมืองแห่งการเรียนรู้” (Learning City) เพื่อส่งเสริม เศรษฐกิจสร้างสรรค์และการเรียนรู้ ตลอดชีวิตของประชาชน ปัจจุบันเทศบาลนครยะลายังคงเดิน หน้าพัฒนาเมืองภายใต้เป้าหมายการ เป็น Smart City โดยนำเทคโนโลยี สมัยใหม่มาปรับใช้ควบคู่ไปกับ ผังเมืองเดิมที่แข็งแรง เพื่อให้ยะลา เป็นเมืองที่ไม่เพียงมีโครงสร้างดี แต่ ยังมีสังคมที่เข้มแข็งและยั่งยืน สมกับ ความมุ่งมั่นของชาวยะลาที่เชื่อว่า ผังเมืองที่ยอดเยี่ยมคือจุดเริ่มต้นของ ชีวิตที่มีคุณภาพ
โดยสรุปแล้ว จังหวัดยะลาคือความ ภาคภูมิใจของคนไทยที่แสดงให้เห็น ว่าการมีผังเมืองที่ดีคือสมบัติล้ำค่าที่ ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น เป็นทั้งศิลปะในการ ออกแบบและเครื่องมือสำคัญในการ บริหารจัดการเมืองให้เติบโตอย่างมี ประสิทธิภาพสูงสุด