Home Blog Page 12

ชัดเจน! กองปราบฯ ชี้เเจงแล้ว หลังลือสะพัด ปมตรวจสอบวัดจุฬามณี

0

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 มีรายงานความคืบหน้าการตรวจสอบกรณี สมีโชติ หรือนายอติโชติ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา และนางสาวปุณยวีร์ หรือ สีกาเอ๋ ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเบียดบังเงินของวัดว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมและตรวจสอบพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง โดยให้ความสำคัญกับการตรวจสอบเส้นทางการเงินเป็นประเด็นสำคัญ

ชัดเจน! กองปราบฯ ชี้เเจงแล้ว หลังลือสะพัด ปมตรวจสอบวัดจุฬามณี

สำหรับการตรวจสอบในส่วนดังกล่าว เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างรอข้อมูลและเอกสารจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ซึ่งจะนำมาใช้ประกอบการตรวจสอบ โดยคาดว่าจะได้รับข้อมูลภายในสัปดาห์นี้ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะนำข้อมูลทั้งหมดมาพิจารณาอย่างละเอียด โดยเฉพาะประเด็นความเชื่อมโยงของบุคคลต่าง ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับคดี

ชัดเจน! กองปราบฯ ชี้เเจงแล้ว หลังลือสะพัด ปมตรวจสอบวัดจุฬามณี
พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) กล่าวว่า หากการตรวจสอบพยานหลักฐานพบเส้นทางหรือข้อมูลที่เชื่อมโยงไปถึงบุคคลใด และพบว่าบุคคลดังกล่าวอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เจ้าหน้าที่จะดำเนินการเรียกมาสอบปากคำ เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ส่วนกรณีมีกระแสข่าวเกี่ยวกับการเข้าตรวจสอบที่วัดจุฬามณี จ.สมุทรสงครามนั้น ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าข้อมูลดังกล่าวมาจากแหล่งใด เนื่องจากในส่วนของกองบังคับการปราบปรามยังไม่มีการดำเนินการในประเด็นดังกล่าว และยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่การดำเนินการของกองบังคับการปราบปรามแต่อย่างใด

ชัดเจน! กองปราบฯ ชี้เเจงแล้ว หลังลือสะพัด ปมตรวจสอบวัดจุฬามณี

เจอตัวแล้ว ชายที่เดินเข้ามาขัดจังหวะ นายโชติ – สีกาเอ๋ จนความแตก

0

ยังติดตามกันอย่างต่อเนื่องสำหรับเรื่องราวของ สมีโชติ ซึ่งมีรายงายเพิ่มเติมว่า บรรยากาศภายในวัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ช่วงค่ำที่ผ่านมา ยังคงเป็นไปอย่างเคร่งเครียด หลังตำรวจกองปราบปรามเข้าตรวจค้นและรวบรวมพยานหลักฐานภายในกุฏิของ อดีตพระอติโชติ หรือ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในคดีที่เกี่ยวข้องกับเงินของวัด

เจอตัวแล้ว ชายที่เดินเข้ามาขัดจังหวะ นายโชติ – สีกาเอ๋ จนความแตก

ตลอดช่วงค่ำ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทยอยนำพยานหลักฐานและสิ่งของบางส่วนออกจากกุฏิ เพื่อตรวจสอบและนำไปประกอบสำนวนคดี ขณะที่บริเวณโดยรอบยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแลพื้นที่ และมีผู้สื่อข่าวติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด

กระทั่งเวลาประมาณ 20.30 น. ของวันที่ 10 ก.ย. 69 ระหว่างที่ตำรวจกำลังควบคุมตัวอดีตพระอติโชติและตรวจค้นหาหลักฐานภายในกุฏิ ทีมข่าวพบชายคนหนึ่งเดินออกมาในบริเวณวัด ทราบชื่อคือ นายเอ ซึ่งเป็นลูกศิษย์ใกล้ชิดและคนสนิทของอดีตพระอติโชติ และเป็นชายที่ปรากฏอยู่ในภาพจากกล้องวงจรปิดที่เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบ

ทีมข่าวจึงเข้าไปสอบถามนายเอ ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงบุคคลที่ปรากฏอยู่ในภาพวงจรปิด โดยนายเออ้างว่า หญิงสาวที่ปรากฏอยู่ในคลิปเป็นลูกศิษย์ภายในวัด ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น เจ้าตัวยืนยันว่าไม่สามารถจดจำรายละเอียดได้


นายเอ ยังยืนยันว่า ก่อนหน้านี้ไม่เคยระแคะระคายหรือรับรู้ถึงพฤติกรรมของอดีตเจ้าอาวาสและหญิงสาวตามที่ปรากฏในคลิป พร้อมระบุว่าไม่ทราบว่ามีเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นภายในกุฏิ

เจอตัวแล้ว ชายที่เดินเข้ามาขัดจังหวะ นายโชติ – สีกาเอ๋ จนความแตก

จากนั้นตำรวจยังคงใช้เวลาตรวจสอบและเก็บรวบรวมพยานหลักฐานภายในกุฏิอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางบรรยากาศที่มีผู้สื่อข่าวเฝ้าติดตามสถานการณ์ จนกระทั่งเวลาประมาณ 22.05 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัว ทิดโชติ ออกจากกุฏิ เพื่อเดินทางไปยังกองบังคับการปราบปราม

โดยทิดโชติถูกนำตัวขึ้นรถตราโล่ของกองปราบปราม นั่งบริเวณเบาะด้านหลัง ขณะที่มีรถยนต์ Toyota Fortuner สีดำ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนั่งอยู่ภายใน ขับตามประกบ ก่อนจะตามด้วยรถตู้ที่บรรทุกของกลางและพยานหลักฐานที่เจ้าหน้าที่นำออกมาจากวัดพุทไธศวรรย์ และมีรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกหลายคันร่วมขบวน

เจอตัวแล้ว ชายที่เดินเข้ามาขัดจังหวะ นายโชติ – สีกาเอ๋ จนความแตก

ช่วงก่อนขึ้นรถ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามทิดโชติว่า ต้องการกล่าวขอโทษต่อพระพุทธศาสนาหรือไม่ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงอยากกล่าวขอโทษต่อการกระทำที่ถูกกล่าวหาหรือไม่

แต่ทิดโชติไม่ได้ตอบคำถามใดๆ ก่อนจะก้าวขึ้นรถตราโล่ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกล่องสิ่งของจำนวน 1 ห่อส่งให้ จากนั้นตำรวจขึ้นประกบตัวทิดโชติทั้งด้านซ้ายและด้านขวา ก่อนปิดประตูรถและเคลื่อนขบวนออกจากวัดพุทไธศวรรย์ มุ่งหน้าไปยังกองบังคับการปราบปราม เพื่อเข้าสู่กระบวนการสอบสวนและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ขณะที่บรรยากาศภายในวัดหลังขบวนรถตำรวจเคลื่อนออกไป ยังคงมีเจ้าหน้าที่บางส่วนอยู่ภายในพื้นที่เพื่อดำเนินการตรวจสอบและจัดเก็บพยานหลักฐานเพิ่มเติม ส่วนความคืบหน้าของคดี รวมถึงรายละเอียดของของกลางที่ตำรวจตรวจยึดไป จะต้องรอการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป

เจอตัวแล้ว ชายที่เดินเข้ามาขัดจังหวะ นายโชติ – สีกาเอ๋ จนความแตก

เปิดตัว “สีกาแป้น” คนที่โดน “สีกาเอ๋” เบียดพ้นวัด ก่อนหายไปเงียบๆ

0

จากกรณีตำรวจเข้าจับกุม “อดีตพระวชิรญาณ วิ.” หรือ “อดีตหลวงพ่ออติโชติ ธมฺมวโร” อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา หลังถูกแจ้งข้อหาหลายคดี ทั้งเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต รวมถึงสมคบและร่วมกันฟอกเงิน โดยมีประเด็นเกี่ยวกับพฤติกรรมภายในกุฏิและการยักยอกเงินวัดจนเกิดความเสียหายกว่า 92 ล้านบาท

คดีดังกล่าวยังนำไปสู่การจับกุม น.ส.ปุณยวีร์ หรือ “สีกาเอ๋” หญิงคนสนิทของอดีตเจ้าอาวาส ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว ทำให้เรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตและทรัพย์สินของเธอถูกจับตามองอย่างต่อเนื่อง

เปิดตัว “สีกาแป้น” คนที่โดน “สีกาเอ๋” เบียดพ้นวัด ก่อนหายไปเงียบๆ

ล่าสุดช่วงหนึ่งในรายการลุยชนข่าว พุทธ อภิวรรณ พิธีกรรายลุยชนข่าว มีการพูดถึงแป้น สาวใหญ่ที่สนิทกับสมีโชติ โดยขณะนี้ตำรวจกำลังคุ้ยเส้นเงินของสีกาหลายๆคน ที่เกี่ยวพันธ์กับสมีโชติ ซึ่งสีกาแป้นสามารถเข้ากุฏิสมีโชติได้ และได้รับอนุญาติขายประทัด หลังจากนั้นสีกาเอ๋ก็ตามต่อมา ซึ่งตอนนั้นมีการเล่าว่าอยู่ๆสมีโชติก็ไปสนิทกับสีกาเอ๋ สีกาแป้นเป็นคนเก่าอยู่มาหลายปี ตัวสีกาแป้นมาก่อนที่สมีโชติจะขึ้นเจ้าอาวาส สีกาแป้นจัดการเรื่องอาหารเช้า สาย บ่าย นอกจากนี้คาดว่าจะดูแลเรื่องเงินด้วย

เปิดตัว “สีกาแป้น” คนที่โดน “สีกาเอ๋” เบียดพ้นวัด ก่อนหายไปเงียบๆ

ทั้งนี้หลังสีกาเอ๋เข้ามาสมีโชติได้อนุญาติให้สีกาเอ๋เข้าไปทำแทน และสีกาแป้นก็หาไปเลยจากวัด มาทราบอีกทีว่าหายไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัด ด้าน พุทธ อภิวรรณไม่ขอฟันธงว่าสนิทระดับไหน แต่ในสายตาชาวบ้านคือเข้านอกออกในกุฏิสมีโชติได้ และอยู่ๆแป้นไปสีกาเอ๋ก็ผงาดเลย และสุดท้ายวงจรปิดกับคลิปก็หลุดทันทีและเส้นเงินก็ถูกค้นทันที

เปิดตัว “สีกาแป้น” คนที่โดน “สีกาเอ๋” เบียดพ้นวัด ก่อนหายไปเงียบๆ

ไม่สะท้าน “สมีโชติ” พูดสั้นๆ ขนคลังสมบัติทะลุ 100 ล้าน แน่น 4 คันรถ

0

นับเป็นอีกหนึ่งข่าวฉาวสะเทือนวงการสงฆ์ เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 69 เจ้าหน้าที่ตำรวตนำกำลังเข้าจับกุม พระวชิรญาณ (อติโชติ ธมฺมวโร) หรือ “หลวงพ่อโชติ” เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ต.สำเภาล่ม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เนื่องจากมีพฤติการณ์เบียดบังเงินของวัดไปเป็นของตน และมีการนำเงินไปมอบให้กับสีกาคนสนิทเพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพและอำพรางในชื่อของบุคคลอื่น

ต่อมาเวลา 23:11 น. ของวันที่ 10 ก.ย. 69 ตำรวจกองบังคับการปราบปราม ได้ควบคุมตัว “สมีโชติ” อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง มาถึงกองบังคับการปราบปรามเพื่อดำเนินการสอบปากคำ โดยระหว่างการควบคุมตัว ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามว่ามีอะไรอยากจะขอโทษ บอกกล่าว หรือมีความเครียดหรือไม่ ซึ่ง สมีโชติ ตอบกลับด้วยท่าทีเรียบเฉยเพียงสั้น ๆ ว่า “มันเป็นธรรมดาครับ” ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่นำตัวขึ้นไปยังอาคารด้านบน

การเดินทางมาถึงกองปราบปรามในครั้งนี้เลื่อนเวลาออกไปจนดึก เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องใช้เวลานานในการตรวจนับทรัพย์สินที่มีอยู่เป็นจำนวนมหาศาล โดยต้องใช้ยานพาหนะขนย้ายถึง 4 คัน ได้แก่ รถยนต์อเนกประสงค์ 1 คัน, รถเก๋ง 1 คัน, รถกระบะ 1 คัน และรถตู้ อีก 1 คัน ทั้งนี้ ในขั้นตอนการตรวจนับเงินสด เจ้าหน้าที่ได้เตรียมเครื่องนับธนบัตรมาใช้งานถึง 4 เครื่อง แต่ด้วยจำนวนเงินที่มีมากมายมหาศาล ส่งผลให้เครื่องนับธนบัตรเกิดขัดข้องและพังเสียหายไปถึง 2 เครื่องระหว่างการทำงาน

อดีตเมียคนแรก โผล่แฉ “สมีโชติ” สาเหตุจำใจต้องเลิกรากัน

0

อดีตภรรยาคนแรกของ “สมีโชติ” เปิดเผยเรื่องราวชีวิตในอดีต หลังคบหากันนานประมาณ 2 ปี ก่อนฝ่ายชายตัดสินใจบวช พร้อมเผยเบื้องหลังความสัมพันธ์ที่ต้องจบลง

จากกรณีตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เข้าจับกุมอดีตพระวชิรญาณ หรือ “สมีโชติ” อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้ต้องหาตามคดียักยอกเงินวัดมูลค่ากว่า 92 ล้านบาท พร้อมควบคุมตัว น.ส.ปุณยวีร์ หรือ “สีกาเอ๋” หญิงสาวคนสนิท หลังเจ้าหน้าที่ตรวจยึดเงินสดและทองคำจำนวนมาก รวมถึงพบหลักฐานเป็นคลิปที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมเสพเมถุนระหว่างทั้งคู่

อดีตเมียคนแรก โผล่แฉ “สมีโชติ” สาเหตุจำใจต้องเลิกรากัน

ล่าสุด พ.ต.ท.กฤษฎา พลายละหาร รอง ผกก.1 บก.ป. ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับประวัติและปูมหลังของ “สมีโชติ” ผ่านรายการโหนกระแส หลังภรรยาคนแรกของสมีโชติเข้าให้ข้อมูลกับตำรวจกองปราบปราม

อดีตเมียคนแรก โผล่แฉ “สมีโชติ” สาเหตุจำใจต้องเลิกรากัน

จากข้อมูลดังกล่าว พบว่า ก่อนเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ สมีโชติเคยมีครอบครัวมาก่อน โดยในช่วงอายุประมาณ 35-36 ปี เป็นคนที่สนใจธรรมะและเข้าวัดทำบุญเป็นประจำ กระทั่งมีโอกาสมาทำบุญที่วัดพุทไธศวรรย์ และต่อมาตัดสินใจขอบวช

ขณะนั้นภรรยาคนแรกซึ่งคบหากันมาประมาณ 2 ปี ได้ยินยอมให้สมีโชติเข้าสู่เส้นทางพระธรรม แม้ก่อนหน้านั้นทั้งคู่จะใช้ชีวิตร่วมกันในฐานะสามีภรรยา เป็นเหตุให้ต้องเลิกกันไป

อดีตเมียคนแรก โผล่แฉ “สมีโชติ” สาเหตุจำใจต้องเลิกรากัน

ส่วนกรณีที่มีลูกศิษย์ลูกหาจำนวนมากพูดถึงความแม่นยำในการดูดวงของสมีโชตินั้น เจ้าหน้าที่ระบุว่า อาจมีความเกี่ยวข้องกับชีวิตก่อนบวช เนื่องจากมีข้อมูลว่า ก่อนเข้าสู่สมณเพศ สมีโชติเคยเป็น “ร่างทรง” มาก่อน

ไปรู้จักกันตอนไหน เปิดสัมพันธ์ สมีโชติ-เอ๋ อาจมีสีกามากกว่า 1คน

0

ฉาวสะเทือนวงการผ้าเหลืองเมืองไทย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นำกำลังเข้าจับกุม พระวชิรญาณ หรือ หลวงพ่ออติโชติ อายุ 66 ปี เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง ตำบลสำเภาล่ม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ต้นตำรับเหรียญเหนือดวงองค์พ่อจตุคาม พร้อม สีกาเอ๋ น.ส.ปุณยวีร์ฯ อายุ 47 ปี สีกาคนสนิทเจ้าอาวาส หลังพบพฤติกรรมของเจ้าอาวาสที่มีการเบียดบังเงินวัดเป็นของตน และมีการนำเงินไปมอบให้กับสีกาคนสนิทเพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพและอำพรางในชื่อของบุคคลอื่น มูลค่าความเสียหายกว่า 92 ล้านบาท โดย ได้จับสึกเรียบร้อยแล้ว กลายเป็น ทิดโชติ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์

ไปรู้จักกันตอนไหน เปิดสัมพันธ์ สมีโชติ-เอ๋ อาจมีสีกามากกว่า 1คน

โดย นายอติโชติฯ ถูกจับคาวัดพุทไธศวรรย์ ตามหมายจับศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 ที่ 29/2569 ลงวันที่ 8 ก.ย.69 ในข้อหา “เป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ฯ, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ/ละเว้นหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริตฯ, เป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติ/ละเว้นโดยมิชอบ และสมคบฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน”

ไปรู้จักกันตอนไหน เปิดสัมพันธ์ สมีโชติ-เอ๋ อาจมีสีกามากกว่า 1คน

และ น.ส.ปุณยวีร์ฯ ถูกจับกุมตามหมายจับศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 ที่ 30/2569 ลงวันที่ 8 ก.ย.69 ในข้อหา “สนับสนุนเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ฯ, สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติ/ละเว้นหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริตฯ, สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติ/ละเว้นโดยมิชอบ และสมคบฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน”

ทั้งนี้ในส่วนของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ให้สัมภาษณ์ในรายการโหนกระแส เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับคดีกับการจับกุมสมีโชติ อดีตเจ้าวาสวัดพุทไธศวรรย์ว่า จุดเริ่มต้นมาจากมีกลุ่มลูกศิษย์ของสมีโชติ ที่ทนเห็นพฤติกรรมไม่ไหว จึงส่งเรื่องร้องเรียน และคลิปเสพเมถุน มาให้ตำรวจสอบสวนกลาง จนนำไปสู่การสืบสวนขยายผล 2 เดือน และพบว่ามีการเบียดบังทรัพย์สินวัด

สมีโชติ เลียนแบบวัดพระบาทน้ำพุ จดตั้งมูลนิธิ อมเงินวัตถุมงคล
โดยพบพฤติการณ์ว่า สมีโชติ มีพฤติกรรมยักยอกเงินจากการจำหน่ายวัตถุมงคล ไม่ได้นำเงินเข้าวัด แต่ใช้วิธีการลอกเลียนแบบวัดพระบาทน้ำพุ คือการไปจดจัดตั้งมูลนิธิ เพื่อโยกย้ายเงินเข้าส่วนตัว แต่ออกใบอนุโมทนาบัตรเป็นชื่อวัด ซึ่งการจดตั้งมูลนิธิเพิ่งดำเนินการได้ไม่นานมานี้เอง

ไปรู้จักกันตอนไหน เปิดสัมพันธ์ สมีโชติ-เอ๋ อาจมีสีกามากกว่า 1คน

ส่วนสีกาเอ๋ ในคลิป พบว่ารู้จักกับสมีโชติ มาตั้งแต่ปี 2567 หรือเมื่อ 2 ปีก่อน ตอนนี้พบความเสียหายเพิ่มขึ้นเป็น 100 ล้าน โดยมีทรัพย์สินบางส่วนไปอยู่ที่ฝ่ายหญิง

ไปรู้จักกันตอนไหน เปิดสัมพันธ์ สมีโชติ-เอ๋ อาจมีสีกามากกว่า 1คน

ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยอีกว่า จากแนวทางการสืบสวน ตอนนี้พบว่ามีบุคคลที่มีความเชื่อมโยงอีกประมาณ 2-3 คน และอาจมีสีกามากกว่า 1 คน เข้ามาพัวพันด้วย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน และดำเนินการต่อไป

ถึงว่าเบื้องหลัง สมีโชติ เงินสะพัด 100 ล้าน ที่แท้เลียนแบบวัดดัง

0

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าดำเนินคดีกับ “สมีโชติ” อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ หลังมีการร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม รวมถึงมีคลิปเสพเมถุนกับสีกา ก่อนตำรวจสอบสวนกลางขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สินกว่า 100 ล้าน จนพบข้อมูลเกี่ยวกับการเบียดบังทรัพย์สินของวัดนั้น

ถึงว่าเบื้องหลัง สมีโชติ เงินสะพัด 100 ล้าน ที่แท้เลียนแบบวัดดัง

ล่าสุด พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ให้สัมภาษณ์ในรายการโหนกระแส เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกว่า จุดเริ่มต้นของคดีมาจากกลุ่มลูกศิษย์ของสมีโชติที่ทนเห็นพฤติกรรมไม่ไหว จึงส่งเรื่องร้องเรียน พร้อมคลิปเสพเมถุนให้ตำรวจสอบสวนกลาง ก่อนเจ้าหน้าที่ใช้เวลาสืบสวนขยายผลประมาณ 2 เดือน

ถึงว่าเบื้องหลัง สมีโชติ เงินสะพัด 100 ล้าน ที่แท้เลียนแบบวัดดัง

จากการสืบสวนพบพฤติการณ์ว่า สมีโชติมีการยักยอกเงินจากการจำหน่ายวัตถุมงคล โดยไม่ได้นำเงินเข้าวัด แต่ใช้วิธีการจดจัดตั้งมูลนิธิ เพื่อโยกย้ายเงินเข้าส่วนตัว ขณะที่มีการออกใบอนุโมทนาบัตรในชื่อวัด ซึ่งการจัดตั้งมูลนิธิดังกล่าวเพิ่งดำเนินการได้ไม่นาน

ส่วนสีกาที่ปรากฏในคลิปนั้น จากการตรวจสอบพบว่ารู้จักกับสมีโชติมาตั้งแต่ปี 2567 หรือประมาณ 2 ปีก่อน และขณะนี้ตำรวจพบว่าความเสียหายเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 100 ล้านบาท โดยมีทรัพย์สินบางส่วนไปอยู่กับฝ่ายหญิง

ถึงว่าเบื้องหลัง สมีโชติ เงินสะพัด 100 ล้าน ที่แท้เลียนแบบวัดดัง

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ยังเปิดเผยด้วยว่า แนวทางการสืบสวนขณะนี้พบว่ามีบุคคลที่มีความเชื่อมโยงกับเรื่องดังกล่าวอีกประมาณ 2-3 คน และอาจมีสีกามากกว่า 1 คนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ถึงว่าเบื้องหลัง สมีโชติ เงินสะพัด 100 ล้าน ที่แท้เลียนแบบวัดดัง

ขออย่าให้ใช่เลย “พระดัง” เตรียมโดนจับอีก วัดนี้ดังกว่า “สมีโชติ”

0

เรียกได้ว่าช่วงนี้เกิดข่าวใหญ่วงการสงฆ์ให้ได้ติดตามกันรายวัน และไม่รู้ล่าสุดว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อเพจ Survive – สายไหมต้องรอด ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า

เหลือจะเชื่อ! เตรียมจับพระดัง! ดังกว่า #ทิดโชติ ก็วัดนี้แหละ

สายมูต้องเคยไป!!

เรียกได้ว่า ทำชาวเน็ตแห่กันเดาสนั่นเลยทีเดียว ซึ่งถ้ามีความคืบหน้า เราจะรีบแจ้งข่าวให้ทราบโดยเร็วที่สุด

ขออย่าให้ใช่เลย "พระดัง" เตรียมโดนจับอีก วัดนี้ดังกว่า "สมีโชติ"
ขออย่าให้ใช่เลย “พระดัง” เตรียมโดนจับอีก วัดนี้ดังกว่า “สมีโชติ”

จังหวัดเดียวในไทย “ผังเมืองดี ที่สุด” ติดอันดับโลก ออกแบบ เป็นใยแมงมุม วงเวียน 3 ชั้น

0

จังหวัดเดียวในไทย “ผังเมืองดีที่สุด” ติดอันดับ 23 ของโลก ออกแบบเป็น ใยแมงมุม วงเวียน 3 ชั้น ต้นแบบการ วางแผนเมืองอย่างยั่งยืน “ใต้สุดแดนสยาม เมืองงาม ชายแดน” คือคำขวัญที่บ่งบอกอัต ลักษณ์ของจังหวัดยะลาได้เป็นอย่าง ดี จังหวัดยะลาได้รับการกล่าวขานว่า เป็นเมืองที่มีผังเมืองสวยที่สุดใน ประเทศไทย และยังสร้างชื่อเสียงใน ระดับสากล โดยในปี พ.ศ. 2546 เทศบาลนครยะลา ได้รับการคัด เลือกเป็นตัวแทนประเทศไทยจนคว้า รางวัลชนะเลิศ UNESCO Cities for Peace จากองค์การยูเนสโก ใน ส่วนของโซนเอเชียและแปซิฟิก

ลักษณะเด่น “ผังเมืองใยแมงมุม” วง เวียน 3 ชั้น

ความโดดเด่นที่ทำให้ยะลาแตกต่าง จากเมืองอื่นคือการออกแบบถนนทุก สายให้มุ่งสู่ใจกลางเมืองใน

ลักษณะ วงเวียน 3 ชั้น เชื่อมโยงเป็น โครงข่ายถนนที่เป็นระเบียบคล้ายใย แมงมุม ระบุว่าโครงสร้างลักษณะนี้ ช่วยให้การจราจรภายในเมืองสะดวก สบายและคล่องตัวสูง โดยมีการแบ่ง พื้นที่ใช้สอยไว้อย่างชัดเจน ดังนี้:

ศูนย์ราชการ: ตั้งอยู่บริเวณวงในสุด เพื่อความสะดวกในการติดต่อประสาน งาน

เขตพาณิชย์และย่านการค้า: จัดวางใบ ตำแหน่งที่เข้าถึงง่ายจากทุกทิศทาง

พื้นที่อยู่อาศัย: กระจายตัวรอบนอก เพื่อความเป็นส่วนตัวและลดความ วุ่นวาย

พื้นที่สีเขียว: มีการแทรกสวน สาธารณะขนาดใหญ่ไว้ในจุด ยุทธศาสตร์เพื่อสร้างสมดุลระหว่างตึก รามบ้านช่องและสิ่งแวดล้อม

“วางผังเมืองก่อนจะเป็นเมือง” วิสัย ทัศน์โดยพระรัฐกิจวิจารณ์ ประวัติศาสตร์การวางผังเมืองยะลา เริ่มต้นโดย พระรัฐกิจวิจารณ์ (สวาสดิ์ ณ นคร) อดีตข้าหลวงและนายก เทศมนตรีเมืองยะลา ผู้ร่วมกับสหาย ข้าราชการริเริ่ม “ผังเค้าโครงเมือง

ยะลา ปี 2485” ในสมัยที่ยะลายังเป็น ชุมชนขนาดเล็กใกล้สถานีรถไฟ การ วางแผนที่แยบยลเริ่มจากการกำหนด จุดศูนย์กลางเมืองที่กิโลศูนย์ (ปัจจุบัน คือที่ตั้งศาลหลักเมือง) แล้วตัดถนน สายหลักอย่างถนนพิพิธภักดี ถนนสุข ยางค์ และถนนสิโรรส ให้พุ่งตรงเข้าสู่ ศูนย์กลาง

การตัดถนนสายย่อยเป็นรูปสี่เหลี่ยม หมากรุกเชื่อมต่อกัน และมีการ ออกแบบซอยหลังบ้านให้ห่างกัน 4 เมตร เพื่อความสะดวกในการจัดการ ขยะและการดับเพลิง ซึ่งถือเป็น แนวคิดที่ล้ำสมัยอย่างมากในยุคนั้น ยะลาสู่การเป็น “เมืองแห่งการเรียนรู้” ของยูเนสโก

ความสำเร็จของผังเมืองยะลาไม่ได้ หยุดอยู่เพียงแค่โครงสร้างทาง กายภาพ แต่ยังต่อยอดไปสู่การพัฒนา สังคม องค์การยูเนสโก

(UNESCO) ได้ประกาศให้ยะลาได้ รับรางวัล UNESCO Cities for Peace และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ เครือข่าย “เมืองแห่งการเรียนรู้” (Learning City) เพื่อส่งเสริม เศรษฐกิจสร้างสรรค์และการเรียนรู้ ตลอดชีวิตของประชาชน ปัจจุบันเทศบาลนครยะลายังคงเดิน หน้าพัฒนาเมืองภายใต้เป้าหมายการ เป็น Smart City โดยนำเทคโนโลยี สมัยใหม่มาปรับใช้ควบคู่ไปกับ ผังเมืองเดิมที่แข็งแรง เพื่อให้ยะลา เป็นเมืองที่ไม่เพียงมีโครงสร้างดี แต่ ยังมีสังคมที่เข้มแข็งและยั่งยืน สมกับ ความมุ่งมั่นของชาวยะลาที่เชื่อว่า ผังเมืองที่ยอดเยี่ยมคือจุดเริ่มต้นของ ชีวิตที่มีคุณภาพ

โดยสรุปแล้ว จังหวัดยะลาคือความ ภาคภูมิใจของคนไทยที่แสดงให้เห็น ว่าการมีผังเมืองที่ดีคือสมบัติล้ำค่าที่ ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น เป็นทั้งศิลปะในการ ออกแบบและเครื่องมือสำคัญในการ บริหารจัดการเมืองให้เติบโตอย่างมี ประสิทธิภาพสูงสุด

ผู้มาก่อนกาลอย่างแท้จริง! ย้อนคำ พลตำรวจโท สรรเพชญ มือปราบติดหนวด เคยพูดถึง สมีโชติ เมื่อ 17 ปีที่แล้ว

0

จากกรณี การจับกุม สมีโชติ หรือ ทิดโชติ อดีตเจ้าคุณอติโชติ เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง วัดดังกรุงเก่าอยุธยา ต้นตำรับเหรียญองค์พ่อจตุคาม รุ่น เหนือดวง ยักยอกเงินทำบุญวัดกว่า 100 ล้านบาท รวมไปถึงมีคลิปแอบเสพเมถุนสีกาเอ๋ น.ส.ปุณยวีร์ ล่าสุด ถูกจนท. นำตัวไปฝากขังศาลเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ล่าสุด โลกออนไลน์ได้มีการแห่แชร์คลิป พลตำรวจโท สรรเพชญ ธรรมาธิกุล อดีตนายตำรวจมือปราบชื่อดังชาวไทย เจ้าของฉายา จังโก้เมืองไทย และ มือปราบติดหนวด ซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะผู้สร้างตำนานวัตถุมงคล จตุคามรามเทพ และเป็นผู้ออกแบบศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช เคยพูดถึง สมีโชติ เอาไว้เมื่อ 17

สรุปใจความได้ว่า หลังจากปี 44 แล้ว ใครก็ตามที่ไปปลุกเสกพระ (จตุคามรามเทพ) ที่ศาลหลักเมือง หรือที่ไหนต่อไหน มันปลอมทั้งนั้น ไม่ต้องดู โยนทิ้งได้เลย ถ้าใครขืนเอาไว้ อุบาทว์จัญไรจะตามกินกบาล คอยดูเอาเถอะ ไปชักชวนหลวงพ่อโชติซิ วัดพุทไธศวรรย์ ทำพระปลอมหลอกลวง ชักชวนพระตามวัดต่างๆ นี่ทำปลอมทั้งนั้น