ชายหมดสติหวิดไม่รอด! หลัง “หักยา” ครึ่งเม็ดกิน หมอเตือนอันตราย เผย 5 ยา ห้ามหัก บด เคี้ยว
แพทย์เตือนยาบางชนิดห้ามหัก บด หรือเคี้ยว เสี่ยงเกิดอันตราย
ต่อร่างกาย
ชายจีนหักยาความดันครึ่งเม็ด หวังลด ขนาดยา ผ่านไป 30 นาทีหมดสติ หมอเตือน อย่าปรับยาเอง
ชายวัยกลางคนตัดสินใจหักยาลดความ ดันโลหิตกินเพียงครึ่งเม็ด เพราะคิดว่าจะ ช่วยลดปริมาณยาและอาการอ่อนเพลีย แต่หลังจากนั้นไม่นานกลับมีอาการหน้า มืด ความดันลดฮวบจนหมดสติ ครอบครัวต้องเร่งนำส่งโรงพยาบาล แพทย์ชี้ต้นเหตุไม่ได้อยู่ที่การกินยา “มาก
เกินไป” แต่เกิดจากการทำลายกลไก
ควบคุมการปลดปล่อยยาภายในเม็ดยา
เหตุการณ์นี้กลายเป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ที่มี พฤติกรรมหัก บด หรือเคี้ยวยาเอง โดยไม่ ตรวจสอบก่อนว่ายาชนิดนั้นถูกออกแบบมา ให้แบ่งเม็ดได้หรือไม่ เพราะแม้จะเป็นยา เม็ดเดียวกัน แต่การเปลี่ยนวิธีรับประทาน อาจทำให้ยาออกฤทธิ์ต่างไปจากเดิมอย่าง สิ้นเชิง
คิดว่ากินยาครึ่งเม็ดจะปลอดภัยกว่า สุดท้ายความดันตกจนหมดสติ
ตามรายงานจากสื่อจีน ชายวัยกลางคนราย

หนึ่งในมณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน มีภาวะ ความดันโลหิตสูงและรับประทานยา
ควบคุมความดันตามแพทย์สั่งมาเป็นเวลา หลายปี ก่อนเกิดเหตุเขารู้สึกอ่อนเพลียและ กังวลว่าการกินยาเต็มเม็ดอาจมากเกิน ความจำเป็น
หลังอ่านข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต เขาจึง ตัดสินใจหักยาออกเป็นสองส่วนและกิน เพียงครึ่งเม็ด โดยเชื่อว่าเป็นการลดขนาด ยาอย่างง่าย ๆ แต่ประมาณ 30 นาทีต่อมา เขากลับมีอาการเวียนศีรษะ หน้ามืดอย่าง รุนแรง ก่อนล้มลงหมดสติ
ครอบครัวรีบนำตัวส่งห้องฉุกเฉิน แพทย์พบ ว่าความดันโลหิตของเขาลดลงอย่างมาก จนแทบไม่สามารถวัดได้ โชคดีที่ได้รับการ
ช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีและพ้นจากภาวะ วิกฤตในที่สุด
ทำไมยิ่งหักครึ่ง ยิ่งเสี่ยงได้รับยารวดเร็ว เกินไป?
รายงานระบุว่า ยาที่ชายคนดังกล่าวรับ ประทานเป็นยาเม็ดชนิดควบคุมการปลด ปล่อย หรือยาที่ได้รับการออกแบบให้ตัวยา ค่อย ๆ ออกมาในอัตราที่กำหนดต่อเนื่อง หลายชั่วโมง เพื่อรักษาระดับยาในร่างกาย ให้สม่ำเสมอและลดความถี่ในการรับ ประทาน
เม็ดยาประเภทนี้อาจอาศัยชั้นเคลือบ เยื่อ พิเศษ รูขนาดเล็ก หรือโครงสร้างภายใน เม็ดยาในการควบคุมความเร็วของการ ปล่อยตัวยา เมื่อผู้ป่วยหัก เคี้ยว หรือบดเม็ด ยา โครงสร้างดังกล่าวอาจเสียหาย ทำให้ ตัวยาปริมาณมากถูกปล่อยออกมาในระยะ เวลาสั้นกว่าที่กำหนด
สำหรับยาลดความดันโลหิต ผลที่ตามมา อาจเป็นการที่หลอดเลือดขยายตัวและ ความดันลดลงอย่างรวดเร็ว จนเกิดอาการ
หน้ามืด เป็นลม หรือภาวะรุนแรงอื่น ๆ ได้ อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ยาชนิดออกฤทธิ์นาน ทุกผลิตภัณฑ์จะมีปริมาณยาเป็นสามเท่า ของยาเม็ดทั่วไป จึงต้องพิจารณาจากตัวยา และผลิตภัณฑ์แต่ละรายการ ไม่ควรนำ ตัวเลขดังกล่าวไปใช้เหมารวมกับยาทุก ชนิด
ยา 5 กลุ่มที่ไม่ควรหัก บด เคี้ยว หรือเปิดเอง ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า ไม่ได้หมายความว่ายาทุก เม็ดจะหักไม่ได้ เพราะยาเม็ดธรรมดาบาง ชนิดสามารถแบ่งตามรอยบากได้เมื่อแพทย์ หรือเภสัชกรแนะนำ แต่สำหรับยา 5 กลุ่มต่อ ไปนี้ ผู้ใช้ควรตรวจสอบฉลากและปรึกษา บุคลากรทางการแพทย์ก่อนเปลี่ยนวิธีรับ ประทานทุกครั้ง
ยาเม็ดออบคุทธิ์นรปหลือต่อขฤทธิ์เนิ่น ยาในกลุ่มซื้อมีคำid Rehtnoded Releaseeฟรีอย้อนอยู่ MORifiumele ได้รับ หรืออักษรย่อให้ปล่อยด้วยถในอัตราที่กลุ่ม ที่ช่วยุมีไร้ะยารหัสาทดรเรียเคี้ยธิ์อาจทำให้ หรือเพื่อบอกุคเสียให้รวยเละยกิในว่าปล่อยยา นิ้วเผ็ดปที่ติโอกาสเกิดผลข้างเคียง หรือ ทำให้ฤทธิ์ยาอยู่ได้ไม่นานตามที่ควร
ยาเม็ดเคลือบลำไส้หรือยาออกฤทธิ์หลัง ผ่านกระเพาะ
ยาอาจมีคำว่า Enteric Coated, Gastro- resistant, Delayed Release หรืออักษรย่อ EC และ DR ชั้นเคลือบมีหน้าที่ป้องกันตัวยา จากกรดในกระเพาะ หรือป้องกันไม่ให้ยา ระคายเคืองกระเพาะมากเกินไป หากบด หรือทำให้ชั้นเคลือบแตก ยาอาจเสื่อมก่อน ถึงตำแหน่งที่ต้องการหรือเพิ่มการระคาย เคืองได้
ยาแคปซูลบางชนิด
แคปซูลไม่ได้ห้ามเปิดทุกชนิด เพราะยาบาง รายการอนุญาตให้เปิดแล้วโรยบนอาหาร อ่อนได้ แต่บางแคปซูลบรรจุเม็ดเล็กที่มีสาร เคลือบควบคุมการออกฤทธิ์ หรือมีตัวยาที่ ไม่ควรสัมผัสผิวหนังและสูดดม จึงไม่ควร แกะแคปซูลเองโดยอาศัยเพียงลักษณะ ภายนอก
ผู้ที่กลืนยาไม่สะดวกควรแจ้งแพทย์หรือ เภสัชกร เพื่อพิจารณาเปลี่ยนเป็นยาน้ำ ยา ละลายน้ำ หรือรูปแบบอื่นที่เหมาะสม แทน การเปิดแคปซูลหรือบดเม็ดยาเอง ยาเม็ดฟู
ยาเม็ดฟู่ถูกออกแบบให้ละลายในน้ำตาม ปริมาณที่ระบุบนฉลากก่อนดื่ม ไม่ควรกลืน เคี้ยว หรืออมทั้งเม็ด เนื่องจากยาอาจเกิด ฟองและก๊าซในปากหรือทางเดินอาหาร อีก ทั้งยังทำให้ได้รับยาไม่ตรงตามวิธีที่ผู้ผลิต กำหนด
รอให้ยาละลายตามคำแนะนำ แล้วจึงดื่ม ควรใช้ชนิดและปริมาณของน้ำตามฉลาก ทันที เพราะยาเม็ดฟู่แต่ละรายการอาจมีวิธี เตรียมแตกต่างกัน
มีรอยบากตรงกลาง ไม่ได้หมายความว่าหัก ได้ทุกเม็ด
หลายคนเข้าใจว่าเม็ดยาที่มีเส้นแบ่งตรง กลางสามารถหักครึ่งได้เสมอ แต่ในความ เป็นจริงต้องตรวจสอบข้อมูลของผลิตภัณฑ์ ร่วมด้วย เพราะรอยบนเม็ดยาบางรายการ อาจไม่ได้รับการออกแบบเพื่อแบ่งขนาดยา อย่างแม่นยำ หรืออาจเป็นยาออกฤทธิ์นาน ที่แม้มีรอยแบ่งก็ยังมีข้อจำกัดในการใช้
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา การอาหา สหรัฐฯ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์หรือ เภสัชกรก่อนแบ่งเม็ดยา โดยเฉพาะเมื่อ ฉลากหรือเอกสารกำกับยาไม่ได้ระบุชัดว่า สามารถแบ่งได้ การแบ่งยาเองยังอาจทำให้ ยาแต่ละครึ่งมีปริมาณตัวยาไม่เท่ากันอีก ด้วย
อย่าลด เพิ่ม หรือหยุดยาโรคเรื้อรังด้วยตัว
เอง
หากกินยาแล้วรู้สึกอ่อนเพลีย เวียนศีรษะ
ง่วงซึม หรือสงสัยว่าขนาดยาแรงเกินไป สิ่ง ที่ควรทำคือจดบันทึกอาการและติดต่อ
แพทย์หรือเภสัชกร ไม่ควรแก้ปัญหาด้วย การหักยา ลดจำนวนเม็ด เพิ่มระยะห่าง หรือ หยุดยาเอง
โดยเฉพาะยารักษาโรคเรื้อรัง เช่น ยาความ ดันโลหิต ยาเบาหวาน ยารักษาโรคหัวใจ ยากันชัก และยาทางจิตเวช การหยุดหรือ
เปลี่ยนขนาดยาอย่างกะทันหันอาจทำให้ อาการของโรคควบคุมไม่ได้ หรือเกิดผลก ระทบจากการถอนยาในบางกรณี
กินยาร่ กินยาร่วมกับอาหารหรืออาหารเสริม ต้องดู เป็นรายชนิด
หลักการว่าอาหารเสริมต้องกินก่อนอาหาร หรือยาที่ระคายเคืองกระเพาะต้องกินหลัง อาหาร 30 นาที ไม่สามารถใช้ได้กับทุก

ผลิตภัณฑ์ เพราะยาและอาหารเสริมแต่ละ ชนิดมีวิธีรับประทานแตกต่างกัน บาง รายการต้องกินขณะท้องว่าง บางรายการ ต้องกินพร้อมอาหาร ขณะที่บางชนิดต้อง เว้นห่างจากนม ยาลดกรด ธาตุเหล็ก หรือ แคลเซียม
ผู้ที่ใช้ยาหลายชนิด รวมถึงยาสมุนไพร ยา
แผนจีน วิตามิน และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
ควรนำรายการทั้งหมดให้แพทย์หรือ
เภสัชกรตรวจสอบ ไม่ควรกำหนดช่วงเวลา
ห่างกันเองเพียง 30 นาที เพราะปฏิกิริยา
ระหว่างผลิตภัณฑ์บางคู่ยังสามารถเกิดขึ้น
ได้แม้รับประทานคนละเวลา
ยานอนหลับและยาคลายกังวล ไม่ควรกิน ร่วมกับแอลกอฮอล์
อีกเรื่องที่ต้องระวังคือการดื่มแอลกอฮอล์ ร่วมกับยาที่ทำให้ง่วงหรือกดการทำงาน ของระบบประสาท เช่น ยานอนหลับ ยาควร

ส่วนอินซูลินที่ยังไม่เปิดใช้โดยทั่วไปมักต้อง เก็บในตู้เย็นที่ประมาณ 2-8 องศาเซลเซียส ห้ามแช่แข็ง และควรหลีกเลี่ยงการสัมผัส ความร้อนหรือแสงโดยตรง อย่างไรก็ตาม เมื่อเปิดใช้แล้ว ระยะเวลาและอุณหภูมิใน การเก็บอาจแตกต่างกันตามยี่ห้อและรูป แบบบรรจุภัณฑ์ จึงต้องยึดข้อมูลบนฉลาก ของผลิตภัณฑ์เป็นหลัก หากเกิดอาการผิดปกติหลังรับประทานยา ควรทำอย่างไร?
หากมีอาการรุนแรง เช่น หายใจลำบาก ใบหน้าหรือลำคอบวม หมดสติ ใจสั่น รุนแรง เจ็บหน้าอก หรือเวียนศีรษะจนยืนไม่ ไหว ควรขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ ฉุกเฉินทันที ไม่ควรขับรถไปโรงพยาบาล ด้วยตัวเอง
ควรนำซองยา แผงยา ขวดยา หรือภาพถ่าย ฉลากไปให้แพทย์ดู พร้อมแจ้งจำนวนยาที่ รับประทานและเวลาที่กินอย่างชัดเจน ส่วน ผู้ที่มีอาการไม่รุนแรงแต่เกิดขึ้นซ้ำ ควร ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ยาครั้งต่อไป ไม่ควรหัก เพิ่ม ลด หรือหยุด ยาเอง
สรุปบทเรียนจากยาเพียงครึ่งเม็ด เหตุการณ์นี้ไม่ได้หมายความว่าการหักยา ทุกชนิดเป็นอันตราย แต่สะท้อนว่าเม็ดยา แต่ละรูปแบบถูกออกแบบมาไม่เหมือนกัน ยาบางชนิดสามารถแบ่งตามคำสั่งแพทย์ได้ ขณะที่บางชนิดต้องกลืนทั้งเม็ดเพื่อรักษา กลไกการออกฤทธิ์และความปลอดภัย ก่อนหัก บด เคี้ยว แกะแคปซูล หรือ เปลี่ยนขนาดยา ควรตรวจฉลากและถาม แพทย์หรือเภสัชกรเสมอ เพราะการลด เหลือเพียงครึ่งเม็ด ไม่ได้แปลว่าร่างกายจะได้รับยาเพียงครึ่งหนึ่งอย่างที่หลายคน
เข้าใจ