ข่าวบันเทิง

ครูส่งรูปนักเรียนอนุบาลหลับกลางวัน ลบใน 30 วินาที แต่ไม่ทันการณ์ ผู้ปกครองฟังเหตุผลยิ่งเดือด ตัดสินใจย้ายโรงเรียนให้ลูก

เว็บไซต์ SOHA รายงานเรื่องราวของ เสี่ยวเหวิน คุณแม่ชาวจีนที่มีลูกสาวชื่อ “คิกิ” ซึ่งเป็นลูกคนเดียวของ ครอบครัว เนื่องจากมีลูกค่อนข้างช้า ทั้งเสี่ยวเหวินและสามีจึงให้ความ สำคัญกับลูกสาวเป็นอย่างมาก และมัก เป็นห่วงเรื่องการกิน การนอน และการ ใช้ชีวิตของลูกเมื่ออยู่ที่โรงเรียน เมื่อคิกิเริ่มเข้าเรียนชั้นอนุบาลที่ โรงเรียนแห่งใหม่ ผู้เป็นพ่อแม่ยังไม่ ค่อยวางใจนัก ทั้งคู่จึงติดตามข่าวสาร ในกลุ่มผู้ปกครองอยู่เสมอ และขอให้ คุณครูช่วยส่งภาพกิจกรรมของลูกมา ให้ดูเป็นระยะ เพื่อให้แน่ใจว่าลูกได้รับ การดูแลอย่างเหมาะสม

ภาพที่ครูส่งมาเพียงไม่กี่วินาที กลาย เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด

วันหนึ่ง ในช่วงพักกลางวัน คุณครูส่ง ภาพเด็ก ๆ ที่กำลังนอนหลับให้ผู้ ปกครองดู

แต่ผ่านไปไม่ถึง 30 วินาที ภาพดัง

กล่าวก็ถูกลบออกจากกลุ่ม ทว่าเสี่ยวเหวินเห็นภาพนั้นทันแล้ว และ สิ่งที่เธอสังเกตเห็นทำให้ไม่สบายใจ อย่างมาก

ในภาพ คิกิไม่ได้กำลังหลับสนิท แต่

กำลังกัดและเล่นกับมุมผ้าห่มอยู่ ขณะ ที่บริเวณข้าง ๆ คุณครูกำลังก้มมอง โทรศัพท์มือถือ

สำหรับเสี่ยวเหวิน ภาพดังกล่าวทำให้

เธอรู้สึกว่าลูกสาวไม่ได้รับความสนใจ เท่าที่ควร จึงรีบส่งข้อความไป สอบถามครูทันที เธอแสดงความไม่พอใจ โดยมองว่า ครูควรช่วยดูแลและกล่อมเด็กให้พัก ผ่อน แทนที่จะใช้โทรศัพท์ในช่วงที่เด็ก ๆ กำลังนอนกลางวัน

ครูชี้แจง เหตุผลกลับทำให้แม่ไม่พอใจ ยิ่งกว่าเดิม

ด้านคุณครูอธิบายว่า หน้าที่ของครู อนุบาลคือช่วยให้เด็ก ๆ ค่อย ๆ เรียนรู้ และสร้างนิสัยการนอนกลางวันด้วยตัว เอง ไม่สามารถบังคับให้เด็กทุกคน

หลับพร้อมกันได้

ส่วนการใช้โทรศัพท์ในช่วงพักกลาง วัน ครูระบุว่าเป็นช่วงเวลาที่ต้องตอบ ข้อความและติดต่อสื่อสารกับผู้ ปกครอง อีกทั้งยังเป็นช่วงพักของครู เอง การหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาใช้ในช่วง เวลาสั้น ๆ จึงไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่คำอธิบายดังกล่าวไม่ได้ทำให้เสี่ยว เหวินคลายความกังวล

เธอยังคงรู้สึกว่าโรงเรียนและครูควร ให้ความสำคัญกับการดูแลเด็ก มากกว่านี้ โดยเฉพาะในช่วงที่ลูกสาว ยังอยู่ในวัยอนุบาลและเพิ่งเริ่มปรับตัว เข้ากับโรงเรียนใหม่

ท้ายที่สุด เธอและสามีจึงตัดสินใจ ย้าย คิกิไปเรียนที่โรงเรียนอื่น

เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นถกเถียงใน โลกออนไลน์

หลังเรื่องราวถูกเผยแพร่ ชาวเน็ตต่างมี ความคิดเห็นแตกต่างกันออกไป บางคนมองว่าคุณครูไม่ได้ทำผิด เพราะในห้องเรียนอนุบาลมีเด็ก เด็กทีละคนจนหลับได้ และการใช้ จำนวนมาก ครูไม่สามารถนั่งกล่อม โทรศัพท์ในช่วงพักเพื่อจัดการงานหรือ สื่อสารกับผู้ปกครองก็เป็นสิ่งที่เข้าใจ ได้

ขณะที่อีกฝ่ายเห็นว่า เมื่อผู้ปกครอง ฝากลูกไว้กับโรงเรียน โดยเฉพาะเด็ก เล็ก ย่อมคาดหวังให้ครูคอยสังเกต และดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด หากเด็กยัง ไม่นอนหรือกำลังเล่นกับผ้าห่ม ก็ควรมี ผู้ใหญ่คอยดูแลอยู่ไม่ห่าง

บางคนจึงมองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นอาจไม่ใช่

เรื่องว่า “ใครผิดหรือใครถูก” แต่เป็น เรื่องของความคาดหวังที่ไม่ตรงกัน ระหว่างครูกับผู้ปกครอง

ความไว้ใจและการสื่อสารอาจสำคัญ กว่าภาพเพียงหนึ่งภาพ

ในมุมหนึ่ง ผู้ปกครองควรเข้าใจว่าครู ต้องดูแลเด็กหลายคนพร้อมกัน และไม่ สามารถควบคุมพฤติกรรมของเด็กทุก คนได้ตลอดเวลา

ขณะเดียวกัน ครูก็ควรเข้าใจความรู้สึก ของผู้ปกครอง โดยเฉพาะเมื่อลูกเพิ่ง เข้าโรงเรียนใหม่และยังอยู่ในช่วงปรับ ตัว การสื่อสารที่ชัดเจนเกี่ยวกับการ นอนกลางวัน การดูแลเด็ก และการใช้ โทรศัพท์ในช่วงพัก อาจช่วยลดความ เข้าใจผิดได้

ท้ายที่สุด ความไว้วางใจระหว่างครูกับ ผู้ปกครองคือสิ่งสำคัญที่สุด เพราะทั้ง

สองฝ่ายต่างมีเป้าหมายเดียวกัน คือ อยากให้เด็กได้รับการดูแลอย่าง เหมาะสมและสามารถเติบโตในสภาพ แวดล้อมที่ปลอดภัยและมีความสุข เรื่องนี้จึงกลายเป็นคำถามที่ยังถูก เถียงกันว่า คุณครูละเลยหน้าที่ หรือผู้ ปกครองเป็นห่วงลูกมากเกินไป?

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *